Broken

broken .jpg

เป็นเรื่องปกติที่ชีวิตการเรียนปริญญาเอกจะพบเจอปัญหา

เป็นเรื่องปกติที่ผู้เรียนปริญญาเอกจะรู้สึกท้อแท้…

เหมือนชามที่ร้าว

เหมือนแก้วที่บิ่น

เหมือนร่างที่หมดพลัง

แต่จำไว้เสมอว่า

ทุกสภาพของความ “พัง” คือวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

ทุกปัญหาคือโอกาส

ทุกโจทย์ควรค่าแก่การเรียนรู้

ยิ้มสู้ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นปรับปรุง ซ่อมแซม ทีละขั้น ทีละตอน

เป็นกำลังใจให้ทุกคน”ได้ผ่าน” และ “ผ่านได้” กับทุกปัญหาบนเส้นทางอันยาวไกลนี้

Credit photo: http://media-cache-ec0.pinimg.com/…/083f6f81b59d700d7cfc7fa…

#JustaPhD

say “no”

มีคำถามจากผู้เรียนปริญญาเอกส่งมาปรึกษาหลังไมค์

ผู้เรียน:

“เมื่อวานนี้..ถูกที่ปรึกษาบ่นว่าส่งเปเปอร์ช้า แถมพูดบั่นทอนว่า อย่างนี้กว่าจะเรียนจบคงต้องประมาณ 5-6 ปี

รู้สึกอึดอัด อยากตัดพ้อ..

ที่ส่งเปเปอร์ช้า..มีเหตุที่มา

ก็เพราะ…

มี “งานอื่น” ล้นมือ

“งานอื่น” ที่ว่า คือ ช่วยฝึกนักศึกษาใหม่ให้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์

สอนรุ่นน้องทำการค้นคว้าข้อมูล

สอนเด็กเลี้ยงเชื้อฯ

รีวิวคอนเฟอร์เรนส์เปเปอร์ให้ นศ ป.โท ปีหนึ่ง

รีวิวทีสิสให้ น้อง ป.โทปีสอง

พารุ่นพี่ที่มาทำวิจัยที่แลปวิเคราะห์ตัวอย่างที่เขาเอามา

รวมถึงงานนอกของอาจารย์ที่โยนมาให้ทำ

เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานพวกนี้..

แล้วจะไม่ให้ส่งเปเปอร์ช้าได้อย่างไร?”

ก็แค่ปริญญาเอก:

อยากบอกว่า เรา เห็นใจ

อยากบอกว่า เรา เข้าใจ

และ อยากบอกต่ออีกนิดว่า..

ถ้าอยากเรียนจบ

ณ บางจุดของการเรียนปริญญาเอก

ต้องเรียนรู้ การปฏิเสธ

โดย..

ไม่ต้องโกหก

ไม่ต้องยกเหตุผลประกอบมากมาย

ไม่ต้องขอโทษ และ

ไม่ต้องรู้สึกผิด

ทันทีที่เราเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า “ไม่” กับ สิ่งที่ “ไม่ใช่”

เราจะได้จดจ่อกับสิ่งที่ “ใช่” และ สำคัญกับเราจริงๆ

ณ บางจุดของการเรียนปริญญาเอก

ก็แค่..เซย์โน

สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้เสมอ

จากเราที่กำลังเรียนรู้ ศิลปะของการเซย์โน เช่นกัน..

0002.jpg

0003.jpg

#justaphd

Cr. photo: www.hercampus.com/life/academics/

Trust the process

ทุก “ความสำเร็จ” มี “ความหมาย”

และ

“ความหมาย” ของ “ความสำเร็จ” อยู่ที่ “กระบวนการ”

“ความหมาย” ของ “ความสำเร็จของการเรียนปริญญาเอก” อยู่ที่ กระบวนการทำวิจัย

อันหมายถึง การตั้งคำถาม การหาคำตอบ โดยผ่าน การค้นคว้า อ่าน คิดวิเคราะห์ เจาะลึก เปรียบเทียบ โยงใย สนับสนุน โต้แย้ง เรียบเรียง สื่อสาร นำเสนอ ฯลฯ

และ นั่นอาจหมายถึง

การเผชิญหน้ากับ ความเหนื่อยล้า ท้อแท้ ผิดหวัง ควบคู่ไปกับ ความสมหวัง และความ “ฟิน” เป็นระยะๆ

อยากให้ ความสำเร็จ มี ความหมาย

ต้อง “เรียน” และ “รู้” ที่จะ..

ค้นคว้า อ่าน คิดวิเคราะห์ เจาะลึก เปรียบเทียบ โยงใย สนับสนุน โต้แย้ง เรียบเรียง สื่อสาร นำเสนอ ฯลฯ

และ

เผชิญหน้ากับความเหนื่อย ล้า ท้อแท้ ผิดหวัง สมหวัง และ “ฟิน” เป็นระยะๆ

คุณค่าของ “ความสำเร็จ” อยู่ที่การได้ “เรียน” และ “รู้” ทุกเส้นทางสำคัญนี้

คงไม่มีใคร อยากได้ ความสำเร็จ ที่ ไร้ การ “เรียน” และ “รู้” ความสำเร็จ ที่ ไร้ “คุณค่า” และ ไร้ “ความหมาย”

ถ้าวันนี้…

ยังมองไม่เห็นปลายทาง

ก็ไม่เป็นไร

ตราบใดที่ยังคงยึดมั่นในกระบวนการเรียนรู้

เดินต่อ..ตามจังหวะเวลาของตัวเอง

เชื่อเถอะว่า ทุก “ความสำเร็จ” มี “ความหมาย” อยู่ที่ “กระบวนการ”

0001.jpg

 

จะเป็นอย่างไรนะถ้าเรียนจบ?

สิ่งที่ผู้เรียนคิด VS ความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ

1.ฉันคงมีความสุขและสบายเป็นที่สุด ปลดเปลื้องทุกภาระที่แบกไว้ VS น่าจะสุขสุดๆ ใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้น ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อ ภาระใหม่จะเข้ามา สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เป็นเรื่องปกติ

2.ตรงจุดนั้นคืออิสรภาพที่แท้จริง VS ไม่มีอิสรภาพที่แท้จริง ผู้ที่เรียนจบแล้ว ยังต้องเดินทางต่อ พบเจอข้อจำกัดอื่นๆ และมีอะไรให้ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอีกมาก

3.ฉันไม่ต้องคร่ำเคร่ง อ่านและเขียนหนังสือหนักแบบนี้อีก VS การเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความจำเป็น ยิ่งเรียนจบปริญญาเอก จะไม่รู้ ไม่อ่าน ไม่ได้แล้ว

4. ฉันไม่ต้องเผชิญกับความกลัว ความเครียด และความไม่แน่ใจอีกแล้ว VS ความกลัว ความเครียด และความไม่แน่ใจ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ถ้าวันนี้ เรียนรู้ที่จะจัดการกับความกลัว เครียด และไม่แน่ใจได้ต่างหาก ที่ทักษะนั้นจะติดตัวและนำไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ในอนาคต

5. ฉันไม่ต้องคอยตอบคำถามที่ว่า “เมื่อไหร่จะเรียนจบ?” VS จะมีคำถามอื่นที่ไม่อยากตอบเข้ามาเรื่อยๆ เช่น เมื่อไหร่จะได้งานทำ? หรือ เมื่อไหร่จะแต่งงาน? ฯลฯ

6. ชีวิตฉันจะดีขึ้นทุกด้าน
VS ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นแหละ “ดี” หรือ “ไม่ดี” อยู่ที่การนิยาม ดังนั้น ถ้าอยากมีชีวิตที่ “ดี” ก็มีได้ เป็นได้ เดี๋ยวนี้เลย !

#ก็แค่ปริญญาเอก

eee.jpg

Go beyond your limit

dd

สำหรับผู้ที่กำลังคร่ำเคร่งกับการทำวิทยานิพนธ์

เคยไหมที่เหนื่อยสุดใจกับการค้นหาที่ดูจะไม่สิ้นสุด

เคยไหมที่รู้สึกอ่อนล้า กับการอ่านเล่มนี้ เจอเล่มโน้น ไปต่ออีกเล่ม และพบว่ายังมีอีกหลายๆสิบเล่มที่รอให้อ่าน

เคยไหมที่รู้สึกหมดพลังกับการเพ่งหน้าจอ หรือ การอยู่ในแล็บเป็นเวลานาน

เคยไหมที่ทุ่มหมดตัว หมดหัวใจ แต่ก็ยังต้องเดินคอตกกลับมาที่จุดเดิม

เคยไหมที่ดันตัวเองไปจนสุดขีดจำกัด สุดแล้วเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา

แต่กลับพบว่า

ยังไม่ใช่..
ยังไม่ได้..
ยังไม่พอ..

เคยไหมกับคำถามว่า..ทำไม?

บางทีอาจเป็นเพราะ

ปริญญาเอก

หมายถึง

“การผลักออกไปจากจุดที่เคยกล่าวมาแล้วทั้งหมด..อีกนิดนึง”

ก่อนจะดันต่อ..

ให้เวลาและถามตัวเองสักนิด

“ไหวมั้ย?”

พูดให้กำลังใจตัวเองสักหน่อย

“เก่งนะเรา ที่ฝ่าฟันมาถึงตั้งจุดนี้แล้ว”

เมื่อใดที่รู้สึกดีขึ้น

ก็ถึงเวลา

ไปต่อ..

#ก็แค่ปริญญาเอก

Pomodorotechnique เทคนิคโพโมโดโร

เทคนิค Pomodoro* เป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การโฟกัสที่งานอย่างเต็มที่แม้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ สลับกับการพักผ่อนอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน จะช่วยให้ผู้เรียนทำงานสำเร็จได้ อย่างไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป
*Pomodoro เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า มะเขือเทศ

อุปกรณ์: 

1.นาฬิกาจับเวลา(รูปมะเขือเทศ)ในครัว

2.โต๊ะทำงาน และคอมพิวเตอร์

3. ผู้เรียน และใจที่มุ่งมั่น

ขั้นตอน:

1.วางแผน เขียนงานที่ตั้งใจจะทำ

2. ตั้งนาฬิกาจับเวลา 25 นาที

3. นั่งโต๊ะ จดจ่อ มีสมาธิอยู่ที่งานตรงหน้า

4. เมื่อนาฬิกามีเสียงดังครบ 25 นาที ให้หยุดงานตรงหน้า

5. บันทึกความก้าวหน้า เช็คงานที่สำเร็จ และจดข้อผิดพลาดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

6.หยุดพักผ่อนสัก 5 นาที ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เคลื่อนไหว เปลี่ยนอิริยาบถ และทานอาหารที่มีประโยชน์

7.กลับมานั่งทำงาน และทำซ้ำในรูปแบบเดิมอีกรอบ

8. หลังจากทำซ้ำ ทั้งหมด 4 รอบ ให้เวลาตัวเองเพื่อพักผ่อนประมาณ 15 – 30 นาที ในช่วงพักนี้ ไม่ต้องคิดถึงงานเลย

9. ทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าวันนี้สำเร็จ ได้งาน และเป็นวันที่ “ใช่”


ลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ #เทคนิคดีๆมีไว้แบ่งปัน #justaphd #ปโทก็เช่นกัน

Credit photo: http://studying-hard.tumblr.com/page

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

ผู้เรียนปริญญาเอกจำนวนมากต้องเผชิญความตื่นกลัว หวั่นวิตก เพราะการเรียนปริญญาเอก คือ การทำงานขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนความไม่แน่นอน ประกอบกับเดดไลน์ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
อาการที่เรียกว่า thesis panic เกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนเกิดอาการมือสั่น ใจสั่น ท้อแท้ หวาดกลัว คำถามในใจที่ว่า จะเสร็จทันไหม? จะดีหรือไม่? และจะต้องแก้ไขอีกหรือเปล่า? กลายเป็นอุปสรรคทำให้ทำงานไม่ได้

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

1. เขียนลิสต์งานที่คงค้างออกมาอย่างละเอียด

2.วางแผน ย่อยงานออกเป็นส่วนๆ แล้วทำเป้าหมายระยะสั้นให้สำเร็จ

3. ดื่มน้ำผลไม้ ใจเย็นๆ แล้ว นั่งลงเขียน outline แต่ละบท ไล่มาถึงประเด็นหลัก ประเด็นรอง รายละเอียด ตารางข้อมูลต่างๆภายใต้ประเด็นแต่ละประเด็น เมื่อเห็นภาพงานที่ต้องทำอย่างชัดเจน อาการตื่นกลัวจะลดลง

4. หาที่สงบ นั่งหลับตา โฟกัสกับการหายใจเข้า-ออก

5. เปิดใจพูดกับใครบางคนที่พร้อมเข้าใจ หรือ กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายๆกันอยู่ การได้รู้ว่าไม่ใช่เราที่รู้สึกเช่นนั้นตามลำพังมีความสำคัญมาก

6. อย่าปล่อยให้เกิดความไม่สมดุลระหว่าง “งานที่มีมาก” กับ “เวลาที่เหลือน้อย” จงลงมือทำทุกวัน

7. คิดให้น้อย..ทำให้มาก

8.การออกกำลังกายไม่ทำให้เสียเวลา แต่จะช่วยลดความเครียด และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. การส่ง “งานบางอย่าง” เมื่อถึงเดดไลน์(ถึงแม้จะคิดว่างานนั้นยังดีไม่พอ) ดีกว่าการไม่ส่งอะไรเลย

10. จงคิดให้ได้แต่เนิ่นๆว่า เมื่อเดดไลน์มาถึง หากทำเต็มที่แล้ว แต่ในที่สุดไม่มีงานส่ง ก็ไม่เป็นไร ชีวิตคุณไม่สิ้นสุดแค่นี้แน่ๆ ความสามารถในการปล่อยวางจะช่วยให้ใจสงบลง


#justaphd #ปโทก็เช่นกัน