Let’s countdown #30สิ่งที่เกี่ยวกับปริญญาเอก


30. ปริญญาเอกไม่ใช่สิ่งจำเป็น ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และสำหรับหลายคน อาจเป็นเรื่องเสียเวลา ควรเรียนไหม ถามใจเธอดู !

29. การเรียนปริญญาเอกไม่มีสูตรสำเร็จ ผู้เรียนต้องทดลองผสมสูตรใหม่ในแบบของตนเอง

28. “ความไม่รู้” ไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนปริญญาเอก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “ปัญหา” ที่ต้องออกไปค้นหาคำตอบ

27. การต่อจิ๊กซอว์ในช่วงแรก ย่อมยากที่สุด ขอแค่อย่าหยุด ในที่สุดก็จะพบภาพแห่งความสำเร็จ

26. ระยะทางปริญญาเอกนั้นยาวไกล “ความสมดุล” คือคำสำคัญ 

25. อีกสองคำที่สำคัญเช่นกันคือ “ความมุ่งมั่น” และ “กัดไม่ปล่อย” 

24. ปริญญาเอกคือปริญญาที่วัด “ความอึด” มากกว่า “ความปราดเปรื่อง”

23. จัดตารางการทำงานที่เหมาะกับตัวเอง และทำให้ได้ตามนั้น 

22. จงหมกมุ่นแต่พอเหมาะ และจงเฮฮาแต่พอดี

21. บนเส้นทางปริญญาเอก ไม่ต้องคิดแข่งอะไร กับใคร แค่เอาชนะตัวเองให้ได้ก็เพียงพอแล้ว 

20. ในการทบทวนวรรณกรรม การตกผลึกความคิดที่คมชัด อาจใช้เวลาเป็นเดือน..หลายเดือน..หรือเป็นปี…อดทน

19. ไม่มีใครเขียนธีสิสที่สมบูรณ์ได้ในครั้งแรก จงเริ่มต้น และเขียนวนไปค่ะ 

18. การเรียนปริญญาเอกทำให้รู้ว่า “การเขียนเป็น” สำคัญกว่า “การพูดเป็น” มากแค่ไหน 

17. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ทุกคนมีสไตล์และจังหวะการทำงานของตัวเอง 

16. เมื่อใดรู้สึกเหนื่อยก็จงหยุด..พักบ้าง 

15. บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุด คือ การหยุดบ่นแล้วลงมือทำ 

14. ในระหว่างเรียน เป็นเรื่องปกติที่จะมีวันที่อ่อนแอ ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

13. ในวันที่รู้สึกไม่ไหว หาคนที่รับฟังและพร้อมเข้าใจ เพื่อระบายความอัดอั้นในใจ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น 

12. ผู้เรียนปริญญาเอกต้องหมั่นฝึกฝนที่จะประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่ารอการตัดสินและประเมินจากผู้อื่น

11. การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การรู้แจ้งด้วยตนเอง 

10. เมื่อใดที่งานเขียนผ่านอาจารย์ไปได้ง่ายๆ ให้สงสัยและตั้งคำถาม เพราะ “ความง่าย” คือ “เรื่องแปลก” สำหรับปริญญาเอก

9. ปริญญาเอกเป็นกระบวนการขัดเกลาตัวเอง รู้ตัวอีกที “อัตตา” ก็ลดลงเยอะแล้ว ถ้า ระดับของ “อัตตา” เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม จงสงสัยและตั้งคำถาม !

8. รับผิดชอบทุกการกระทำของตัวเอง เชื่อเถอะว่า การกล่าวโทษผู้อื่นไม่ได้ทำให้ตัวเองดูดีขึ้นแต่อย่างใด 

7. ก่อนคิดล้มเลิก ให้ไปถามคนที่สำเร็จปริญญาเอกแล้ว 99% เคยล้ม เคยพลาด และเคยจะปล่อยมือมาแล้วทั้งนั้น

6. เป็นปกติที่เราจะยังคงสงสัยในตัวเอง (self-doubt) และในงานของตัวเอง จนกระทั่งวันสุดท้ายที่จะส่งเล่ม

5. บางทีคำว่า perfect ไม่สำคัญเท่าคำว่า let go..

4. ณ ขั้นตอนสุดท้าย จงฝึกที่จะชื่นชมและภูมิใจในตัวเอง โดยไม่ต้องรอคำชมจากผู้อื่น

3. ระลึกไว้เสมอว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นของเราคนเดียว อย่าลืมกล่าวขอบคุณคนรอบข้าง 

2. คุณค่าของใบปริญญาวัดที่ “กระบวนการได้มา” และ “การรักษาสิ่งที่ได้มา” ไว้อย่างสืบเนื่อง

1. ท้ายสุด..ขอขอบคุณจุดจบของปริญญาเอก ที่ทำให้รู้ว่า “ที่สุดของการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด”

Happy New Year 2017 พร้อมตะโกนดังๆ ว่า “ก็แค่ปริญญาเอก” 

#เพจก็แค่ปริญญาเอก #JustaPhD

ดร.ปาริชาติ วงศ์วีระนนท์ชัย :: คอลัมน์แขกรับเชิญ:: คุยเรื่องเรียนด็อกเตอร์กับด็อกเตอร์

กลับมาอีกครั้งกับ คอลัมน์แขกรับเชิญ ของเพจก็แค่ปริญญาเอก ที่เราเปิดบ้านต้อนรับ และพูดคุยกับ “ดร.” และ “ว่าที่ดร.” เกี่ยวกับการเรียนปริญญาเอก

วันนี้เพจก็แค่ปริญญาเอกมีความยินดีต้อนรับ ดร.สาวสวยคนล่าสุด ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก Doctor of Philosophy (Communication Arts and Innovation) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มาหมาดๆ เธอเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ “ดร.อาร์ค ปาริชาติ วงศ์วีระนนท์ชัย” ไปทำความรู้จักกับเธอกัน 

IMG_0015.JPG

สวัสดีค่ะ ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

 “อาร์ค” ปาริชาติ วงศ์วีระนนท์ชัย ค่ะ ตอนนี้ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญค่ะ

 ทำไมถึงตัดสินใจเรียนปริญญาเอกคะ

 เหตุผลที่ตัดสินใจเรียนปริญญาเอกก็เพราะ โดยส่วนตัวคิดว่างานด้านสายอาจารย์มีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอด

โดยเฉพาะความรู้และทักษะด้านวิจัย และมีเพื่อนแนะนำว่ามีโปรแกรมปริญญาเอกด้านนิเทศศาสตร์ เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษเปิดสอนอยู่ที่นิด้า ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราต้องการเรียนพอดีค่ะ

IMG_0017.JPG

ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จค่ะ ประสบการณ์ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจบการศึกษา เป็นอย่างไรบ้างคะ

ขอบคุณค่ะ ก็ถือว่าหนักหนาเอาการค่ะ ช่วงใกล้จบ คือ ช่วงที่หนักที่สุดของการเรียนปริญญาเอกค่ะ เพราะมีหลายขั้นตอนที่ต้องทำ เช่น  ต้องสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ทำบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ และจะมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ต้องแก้รูปแบบวิทยานิพนธ์ เป็นต้น แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีค่ะ

ตอนที่เรียนปริญญาเอก มีการแบ่งเวลาในชีวิตยังไงบ้างคะ 

ส่วนตัวใช้วิธีแบ่งเวลาคือ work-life balance จะมีหนึ่งวันในหนึ่งอาทิตย์ที่จะทำงานที่เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์เลยค่ะ ต้องฝึกบังคับใจและตัวเองให้ทำให้ได้ 

เพราะการเรียนปริญญาเอกไม่มีกรอบชัดเจนในเรื่องของเวลาหรือสถานที่ที่จะทำค่ะ แต่ด้านอื่นๆ เช่นงานสอน ก็จะพยายามทำให้ดีควบคู่ไป รวมทั้งด้านครอบครัวก็เช่นกันค่ะ

IMG_0448-1.JPG

ช่วยนิยามคำว่า Super Busy ในแบบของนักศึกษาปริญญาเอกหน่อยค่ะ

ส่วนตัวคิดว่า ในช่วงการทำงานวิจัยปริญญาเอกนั้นจะเป็นช่วง super busy ตลอดค่ะ เพราะในแต่ละขั้นของการทำวิจัยก็จะมีปัญหาและมีคำถามเกิดขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ เราเหมือนทำหน้าที่คล้ายๆนักสืบคอยหาข้อมูลและปะติดปะต่อเรื่องราวไปเรื่อยๆ เพื่อจะหาคำตอบของคำถามที่เกิดขึ้นค่ะ และโชคดีที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาหลายท่าน คอยให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทางค่ะ

IMG_1452.JPG

คิดว่าสิ่งที่ยากในการเรียนปริญญาเอกคืออะไรคะ

สิ่งที่ยากในการเรียนปริญญาเอกคือ การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก และการเอาชนะจิตใจตัวเองค่ะ ในแง่ของการมุ่งมั่นและอดทนที่จะทำและเขียนงานวิจัยจนสำเร็จค่ะ

 ทำอย่างไรจึงผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ จนเรียนสำเร็จได้คะ มีคำแนะนำอะไรไหม

“Life is a journey, not a destination.” (Ralph Waldo Emerson)

สิ่งที่จะช่วยให้ผ่านพ้นไปได้น่าจะเป็นทัศนคติที่ดีและเป็นบวก ต้องมีความเชื่อในตัวเองว่าเราต้องทำได้และจะผ่านไปได้ค่ะ 

ตอนที่เรียนจะไม่ได้มองว่าเรียนเมื่อไหร่จะจบ แต่จะเปลี่ยนวิธีคิดเป็นว่าระหว่างทางเราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ก็มีบ้างที่บางครั้งจะท้อเพราะเจอความผิดพลาด แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับและแก้ไข แล้วก็จะผ่านไปได้ค่ะ

IMG_0025.JPG

จบปริญญาเอกแล้ว คิดจะทำอะไรเป็นอย่างแรกคะ

ก่อนจบคิดว่า อยากไปเที่ยวพักผ่อนยาวๆโดยที่ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงานวิจัยอีกแล้ว พอจบจริงๆ อย่างแรกคือรู้สึกดีใจโล่งใจ พอเห็นเล่มวิทยานิพนธ์ก็หายเหนื่อยค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวยาวๆ เลยค่ะ

การเรียนปริญญาเอกเป็นประโยชน์กับงานที่ทำอย่างไรบ้างคะ

ในสายงานอาจารย์ก็เป็นประโยชน์โดยตรงเลยค่ะ ทั้งในด้านการสอนหนังสือ การให้คำแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับการทำวิจัย และการทำวิจัยส่วนตัวในอนาคตด้วยค่ะ

ส่วนผลพลอยได้ของการเรียนปริญญาเอกคือ ทำให้มีวิธีคิดที่ละเอียดรอบคอบ มีการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการทำงานทั่วไปได้ด้วยเช่นกันค่ะ

 มีถ้อยคำอะไรอยากฝากถึงคนที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่บ้างคะ

คิดว่าทุกคนทำได้ค่ะ ท้อได้แต่ถอยไม่ได้ค่ะ ความเพียรพยายามจะทำให้เราถึงจุดหมายค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

IMG_1615.JPG

เพจก็แค่ปริญญาเอก ขอขอบคุณ ดร.อาร์ค ปาริชาติ วงศ์วีระนนท์ชัย ที่สละเวลามาพูดคุยและส่งกำลังใจดีๆ ให้กับผู้เรียน ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางอันยาวไกลของการเรียนปริญญาเอก เราเชื่อว่า ความสำเร็จของผู้ที่ผ่านเส้นทางนี้ไปได้แล้ว จะเป็นแรงบันดาลใจที่ดียิ่งสำหรับผู้เรียน

เพจก็แค่ปริญญาเอก ยินดีเปิดพื้นที่สำหรับการแบ่งปันประสบการณ์การเรียนปริญญาเอก เชิญชวน inbox มาหาเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆคนอื่นกันค่ะ

แขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใคร ติดตามได้ที่นี่ ที่เดียว!!

 

PhD & Me

phdinfinity

หลายคนเฝ้าถาม

ปริญญาเอก กับ ฉัน

เมื่อไหร่เราจะ “จบ” กัน

พอจะตอบได้ว่า..

อาจไม่มีวันนั้น

เมื่อใดได้เริ่ม..

คงไม่มีแม้แต่จุดเริ่มต้นของการ “จบ”

ถ้าจะ “จบ” ก็คงเป็นแค่จุด “จบ” ของการเริ่มต้นใหม่

ไปต่อไป

เรื่อยๆ…

ไม่มีที่สิ้นสุด..

ปริญญาเอก กับ ฉัน

PhD & Me

#Infinity

เฮือก ^^

Broken

broken .jpg

เป็นเรื่องปกติที่ชีวิตการเรียนปริญญาเอกจะพบเจอปัญหา

เป็นเรื่องปกติที่ผู้เรียนปริญญาเอกจะรู้สึกท้อแท้…

เหมือนชามที่ร้าว

เหมือนแก้วที่บิ่น

เหมือนร่างที่หมดพลัง

แต่จำไว้เสมอว่า

ทุกสภาพของความ “พัง” คือวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

ทุกปัญหาคือโอกาส

ทุกโจทย์ควรค่าแก่การเรียนรู้

ยิ้มสู้ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นปรับปรุง ซ่อมแซม ทีละขั้น ทีละตอน

เป็นกำลังใจให้ทุกคน”ได้ผ่าน” และ “ผ่านได้” กับทุกปัญหาบนเส้นทางอันยาวไกลนี้

Credit photo: http://media-cache-ec0.pinimg.com/…/083f6f81b59d700d7cfc7fa…

#JustaPhD

9999.jpg

“ตั้งใจเรียนนะ…จะได้รับปริญญาจากในหลวง”

เชื่อเหลือเกินว่า..

หลายคนคุ้นหูกับประโยคนี้

หลายคนใช้ประโยคนี้เป็นเหตุภายนอกที่ทำให้เกิดเหตุภายในที่ดีและที่ควร

หลายคนมาไกลจนทุกวันนี้..ก็เพราะประโยคนี้

และ

วันที่ได้รับปริญญาจากในหลวง เป็นวันที่พ่อกับแม่ของเรายิ้มกว้างและภาคภูมิใจอย่างที่สุด

ในวันนี้..วันที่พระองค์ท่านไม่อยู่

เชื่อเหลือเกินว่า..

ทุกครั้งที่หยิบรูปวันรับปริญญาขึ้นมาดู

เหตุภายในที่ดีและที่ควรจะถูกจุดประกายขึ้นทุกครั้ง

ขับเคลื่อนตัวเองต่อ

โดยมีพระองค์ท่านเป็นต้นแบบแห่งความเพียร

ไปให้ถึงเป้าหมาย

โดยมีพระองค์ท่านเป็นหลักชัยของ “ความสำเร็จ”

“ความสำเร็จ” ของการได้ “ให้” และได้ “ทำประโยชน์” เพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

Credit photo: http://www.memocent.chula.ac.th