ความเพียร

99999.jpg

..ความเพียร

“การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันครึทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีไม่ครึต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง”

(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516)

..แก้ปัญหาด้วยปัญญา

“ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไม่มีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน”

(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539)

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า ทีมงานเพจก็แค่ปริญญาเอก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://news.mthai.com/hot-news/403289.html…; https://cherdpr1.wordpress.com/2008/01/03/

บนเส้นทางชีวิตปริญญาเอก

22222.jpg

บนเส้นทางที่มีคนจำนวนหนึ่งกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย

บนเส้นทางที่ยาวไกล

บนเส้นทางชีวิตปริญญาเอก

หลายครั้ง..เราอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

บางทีเรานำหน้า

และบางทีเราอยู่ข้างหลัง

หลายครั้ง..เราเผลอคิด

“ทำไมเขาทำได้ แต่ฉันทำไม่ได้”

“ทำไมเขาถึงเป้าหมาย แต่ฉันยังไม่ถึง”

บนเส้นทางนี้..

อย่าเสียเวลา

เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

อย่าเสียเวลา

เฝ้ามองและอธิบายสิ่งที่คนอื่นทำ

เพราะการมองกลับมาที่ตัวเองสำคัญกว่า

บนเส้นทางนี้..

เราไม่ได้แข่งกับใคร

นอกจาก..แข่งกับตัวเอง

เพราะที่สุดของปริญญาเอก

เราไม่ได้เอาชนะใคร

นอกจาก..เอาชนะตัวเอง

#justaphd

Studying tips

1111.jpg
มีนักเรียนมัธยม นักศึกษาปริญญาตรี และปริญญาโท จำนวนหนึ่ง ส่งข้อความมา ขอคำแนะนำและเทคนิคต่างๆในการเรียน พยายามจะหาวิธีตอบแบบรวมๆอยู่ค่ะ

วันนี้ บังเอิญได้ไปเจอเว็บไซต์หนึ่ง (http://reviseordie.com/) ของ นางสาว Emily นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวรรณคดีอังกฤษ มหาวิทยาลัย Sheffield ประเทศอังกฤษ ที่ทำขึ้น เพื่อแบ่งปันคำแนะนำ และเทคนิคการเรียน ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจ

เป็นอีกมุมที่ทำให้เห็นว่า #ความสุข #ความสนุก และ #ความสร้างสรรค์ ในการเรียน มีอยู่จริง ลองติดตามกันดูค่ะ

วันนี้จึงขออนุญาตอ้างอิงและเลือกรูปภาพและเนื้อหาจากเว็บไซต์ของ Emily มาโพสต์ไว้ ณ ที่นี่ ค่ะ

#StudyingTips ที่ใช้ได้ในทุกระดับการเรียน

1.เลือกอ่านหนังสือดีๆ

2.ติดสติ๊กเกอร์ไว้ในจุดที่ต้องกลับมาทบทวน

3.วาดแผนภูมิ แผนภาพ หรือ mind maps เพื่อช่วยจำและทำความเข้าใจ

4.วางแผนชีวิต จดรายการสิ่งที่ต้องทำ

5.ดูสารคดีที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ศึกษา

6.ถ้ามีปัญหาหรือมีคำถาม จงถาม !

7.ลองสอนสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่น

8.ให้รางวัลเล็กๆน้อยๆกับตัวเองเมื่ออ่านจบ

9. ผลิต “ตำรา” ของตัวเอง

10.อย่าลืมดื่มน้ำให้มาก

11.จำไว้ว่าคุณยอดเยี่ยมเสมอ

ฯลฯ

#ความสร้างสรรค์เป็นสิ่งดี
#เรียนให้สนุก

Credit: http://reviseordie.com/post/126995201317/the-first-of-hopefully-more-posts-targeting-some

 

say “no”

มีคำถามจากผู้เรียนปริญญาเอกส่งมาปรึกษาหลังไมค์

ผู้เรียน:

“เมื่อวานนี้..ถูกที่ปรึกษาบ่นว่าส่งเปเปอร์ช้า แถมพูดบั่นทอนว่า อย่างนี้กว่าจะเรียนจบคงต้องประมาณ 5-6 ปี

รู้สึกอึดอัด อยากตัดพ้อ..

ที่ส่งเปเปอร์ช้า..มีเหตุที่มา

ก็เพราะ…

มี “งานอื่น” ล้นมือ

“งานอื่น” ที่ว่า คือ ช่วยฝึกนักศึกษาใหม่ให้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์

สอนรุ่นน้องทำการค้นคว้าข้อมูล

สอนเด็กเลี้ยงเชื้อฯ

รีวิวคอนเฟอร์เรนส์เปเปอร์ให้ นศ ป.โท ปีหนึ่ง

รีวิวทีสิสให้ น้อง ป.โทปีสอง

พารุ่นพี่ที่มาทำวิจัยที่แลปวิเคราะห์ตัวอย่างที่เขาเอามา

รวมถึงงานนอกของอาจารย์ที่โยนมาให้ทำ

เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานพวกนี้..

แล้วจะไม่ให้ส่งเปเปอร์ช้าได้อย่างไร?”

ก็แค่ปริญญาเอก:

อยากบอกว่า เรา เห็นใจ

อยากบอกว่า เรา เข้าใจ

และ อยากบอกต่ออีกนิดว่า..

ถ้าอยากเรียนจบ

ณ บางจุดของการเรียนปริญญาเอก

ต้องเรียนรู้ การปฏิเสธ

โดย..

ไม่ต้องโกหก

ไม่ต้องยกเหตุผลประกอบมากมาย

ไม่ต้องขอโทษ และ

ไม่ต้องรู้สึกผิด

ทันทีที่เราเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า “ไม่” กับ สิ่งที่ “ไม่ใช่”

เราจะได้จดจ่อกับสิ่งที่ “ใช่” และ สำคัญกับเราจริงๆ

ณ บางจุดของการเรียนปริญญาเอก

ก็แค่..เซย์โน

สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้เสมอ

จากเราที่กำลังเรียนรู้ ศิลปะของการเซย์โน เช่นกัน..

0002.jpg

0003.jpg

#justaphd

Cr. photo: www.hercampus.com/life/academics/

Trust the process

ทุก “ความสำเร็จ” มี “ความหมาย”

และ

“ความหมาย” ของ “ความสำเร็จ” อยู่ที่ “กระบวนการ”

“ความหมาย” ของ “ความสำเร็จของการเรียนปริญญาเอก” อยู่ที่ กระบวนการทำวิจัย

อันหมายถึง การตั้งคำถาม การหาคำตอบ โดยผ่าน การค้นคว้า อ่าน คิดวิเคราะห์ เจาะลึก เปรียบเทียบ โยงใย สนับสนุน โต้แย้ง เรียบเรียง สื่อสาร นำเสนอ ฯลฯ

และ นั่นอาจหมายถึง

การเผชิญหน้ากับ ความเหนื่อยล้า ท้อแท้ ผิดหวัง ควบคู่ไปกับ ความสมหวัง และความ “ฟิน” เป็นระยะๆ

อยากให้ ความสำเร็จ มี ความหมาย

ต้อง “เรียน” และ “รู้” ที่จะ..

ค้นคว้า อ่าน คิดวิเคราะห์ เจาะลึก เปรียบเทียบ โยงใย สนับสนุน โต้แย้ง เรียบเรียง สื่อสาร นำเสนอ ฯลฯ

และ

เผชิญหน้ากับความเหนื่อย ล้า ท้อแท้ ผิดหวัง สมหวัง และ “ฟิน” เป็นระยะๆ

คุณค่าของ “ความสำเร็จ” อยู่ที่การได้ “เรียน” และ “รู้” ทุกเส้นทางสำคัญนี้

คงไม่มีใคร อยากได้ ความสำเร็จ ที่ ไร้ การ “เรียน” และ “รู้” ความสำเร็จ ที่ ไร้ “คุณค่า” และ ไร้ “ความหมาย”

ถ้าวันนี้…

ยังมองไม่เห็นปลายทาง

ก็ไม่เป็นไร

ตราบใดที่ยังคงยึดมั่นในกระบวนการเรียนรู้

เดินต่อ..ตามจังหวะเวลาของตัวเอง

เชื่อเถอะว่า ทุก “ความสำเร็จ” มี “ความหมาย” อยู่ที่ “กระบวนการ”

0001.jpg

 

จะเป็นอย่างไรนะถ้าเรียนจบ?

สิ่งที่ผู้เรียนคิด VS ความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ

1.ฉันคงมีความสุขและสบายเป็นที่สุด ปลดเปลื้องทุกภาระที่แบกไว้ VS น่าจะสุขสุดๆ ใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้น ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อ ภาระใหม่จะเข้ามา สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เป็นเรื่องปกติ

2.ตรงจุดนั้นคืออิสรภาพที่แท้จริง VS ไม่มีอิสรภาพที่แท้จริง ผู้ที่เรียนจบแล้ว ยังต้องเดินทางต่อ พบเจอข้อจำกัดอื่นๆ และมีอะไรให้ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอีกมาก

3.ฉันไม่ต้องคร่ำเคร่ง อ่านและเขียนหนังสือหนักแบบนี้อีก VS การเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความจำเป็น ยิ่งเรียนจบปริญญาเอก จะไม่รู้ ไม่อ่าน ไม่ได้แล้ว

4. ฉันไม่ต้องเผชิญกับความกลัว ความเครียด และความไม่แน่ใจอีกแล้ว VS ความกลัว ความเครียด และความไม่แน่ใจ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ถ้าวันนี้ เรียนรู้ที่จะจัดการกับความกลัว เครียด และไม่แน่ใจได้ต่างหาก ที่ทักษะนั้นจะติดตัวและนำไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ในอนาคต

5. ฉันไม่ต้องคอยตอบคำถามที่ว่า “เมื่อไหร่จะเรียนจบ?” VS จะมีคำถามอื่นที่ไม่อยากตอบเข้ามาเรื่อยๆ เช่น เมื่อไหร่จะได้งานทำ? หรือ เมื่อไหร่จะแต่งงาน? ฯลฯ

6. ชีวิตฉันจะดีขึ้นทุกด้าน
VS ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นแหละ “ดี” หรือ “ไม่ดี” อยู่ที่การนิยาม ดังนั้น ถ้าอยากมีชีวิตที่ “ดี” ก็มีได้ เป็นได้ เดี๋ยวนี้เลย !

#ก็แค่ปริญญาเอก

eee.jpg