Pomodorotechnique เทคนิคโพโมโดโร

เทคนิค Pomodoro* เป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การโฟกัสที่งานอย่างเต็มที่แม้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ สลับกับการพักผ่อนอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน จะช่วยให้ผู้เรียนทำงานสำเร็จได้ อย่างไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป
*Pomodoro เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า มะเขือเทศ

อุปกรณ์: 

1.นาฬิกาจับเวลา(รูปมะเขือเทศ)ในครัว

2.โต๊ะทำงาน และคอมพิวเตอร์

3. ผู้เรียน และใจที่มุ่งมั่น

ขั้นตอน:

1.วางแผน เขียนงานที่ตั้งใจจะทำ

2. ตั้งนาฬิกาจับเวลา 25 นาที

3. นั่งโต๊ะ จดจ่อ มีสมาธิอยู่ที่งานตรงหน้า

4. เมื่อนาฬิกามีเสียงดังครบ 25 นาที ให้หยุดงานตรงหน้า

5. บันทึกความก้าวหน้า เช็คงานที่สำเร็จ และจดข้อผิดพลาดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

6.หยุดพักผ่อนสัก 5 นาที ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เคลื่อนไหว เปลี่ยนอิริยาบถ และทานอาหารที่มีประโยชน์

7.กลับมานั่งทำงาน และทำซ้ำในรูปแบบเดิมอีกรอบ

8. หลังจากทำซ้ำ ทั้งหมด 4 รอบ ให้เวลาตัวเองเพื่อพักผ่อนประมาณ 15 – 30 นาที ในช่วงพักนี้ ไม่ต้องคิดถึงงานเลย

9. ทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าวันนี้สำเร็จ ได้งาน และเป็นวันที่ “ใช่”


ลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ #เทคนิคดีๆมีไว้แบ่งปัน #justaphd #ปโทก็เช่นกัน

Credit photo: http://studying-hard.tumblr.com/page

“ลูกขวัญ” ณพวรรณ ปัญญา :: คอลัมน์แขกรับเชิญ :: A Super Busy Day with a PhD Student :: วันที่ยุ่งหัวฟูของนักศึกษาปริญญาเอก

เพจก็แค่ปริญญาเอก ขอเปิดบ้านต้อนรับ “ว่าที่ดร.” คนล่าสุดที่จะมาพูดคุยกับเรา “ลูกขวัญ” ณพวรรณ ปัญญา นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ไปรู้จักกับเธอกัน…kwan1.jpgแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ “ลูกขวัญ” ณพวรรณ ปัญญา ตอนนี้เรียนปริญญาเอก สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม (Doctor of Philosophy Program in Environmental Management) คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

ขวัญจบ ปริญญาตรี สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ จากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนปริญญาโท จบ Urban Environmental Management (UEM) จาก Asian Institute of Technology (AIT) และ รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกใบค่ะ

12899919_1748988555347042_2031177584_n.jpgทำไมจึงตัดสินใจเรียนปริญญาเอก

ถ้าตอบเป็นทางการหน่อยก็เพราะอยากเป็นอาจารย์ อยากเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ค่ะ แต่จริงๆ อารมณ์ช่วงที่ตัดสินใจสมัครประมาณอยากเอาชนะตัวเองด้วยค่ะ เพราะขวัญยื่นสมัครแบบขอทุน พอผ่านการคัดเลือกก็ขอลองดูสักตั้ง บอกตัวเองว่า สู้โว้ยค่ะ

เตรียมตัวสอบเข้าปริญญาเอกอย่างไร

การเตรียมตัวสอบมีสองส่วนค่ะ ส่วนแรก คือ การยื่นข้อเสนองานวิจัยที่เราจะทำ ส่วนที่สอง คือ การสอบสัมภาษณ์

เรื่องข้อเสนองานวิจัย ขวัญพยายามทบทวนอ่านงานให้เยอะค่ะ หาประเด็นที่เราสนใจจริงๆ เวลาคณะกรรมการถามเราก็จะตอบได้ เหมือนเป็นการวัดความสนใจของเรามากกว่า แต่พอมาเรียนแล้ว โลกทัศน์เปิดกว้างขึ้น เจออาจารย์เก่งๆ เราอาจเจอประเด็นที่น่าสนใจใหม่ๆเพิ่มเติมได้

ส่วนการสอบสัมภาษณ์ จำได้ว่าเดินเข้าไปในห้องสอบ คณะกรรมการนั่ง 6-7 ท่าน ตัวหดเลยค่ะ แต่ก็หายใจลึกๆ ทำสมาธิ ตอบคำถามด้วยความมั่นใจค่ะ สบตาคณะกรรมการ เป็นตัวเอง แนะนำตัว ตอบคำถามแบบการเล่าเรื่อง เป็นคนชอบคุยชอบเล่าอยู่แล้วค่ะ ก็มีเตือนสติตัวเองบ้าง อย่านอกเรื่องนะ อย่าตลกให้มากนะ

ในที่สุดขวัญก็ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 เป็นทุนเต็มค่ะ ตอนที่สอบอาจารย์ถามว่า ถ้าไม่ได้ทุนจะเรียนไหม ขวัญก็ตอบว่า เรียนค่ะ แต่คงต้องหางานทำไปด้วยเพราะไม่อยากรบกวนที่บ้านค่ะ ตั้งใจจะเรียนแล้ว ยังไงก็เรียนค่ะ

13170101_1766484376930793_1147793695_o

เพราะอะไรจึงเลือกเรียนสาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม

ขวัญคิดว่าสิ่งแวดล้อมเป็นศาสตร์ที่กว้างและเอามาประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายค่ะ เมื่อก่อนเคยคิดว่า สิ่งแวดล้อมคือเรื่องต้นไม้ ป่าไม้ พวกมลพิษต่างๆ เป็นหลัก และออกแนววิทยาศาสตร์มากกว่า แต่ตอนที่เรียนปริญญาโทที่ AIT จึงได้รู้ว่า สิ่งแวดล้อมมันครอบคลุมทุกอย่างจริงๆ และทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันไปหมด เช่น จะสร้างสวนสาธารณะ สร้างพื้นที่สีเขียว คุณต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง สร้างตรงไหนได้ประโยชน์ต่อเมืองมากที่สุด สร้างอย่างไรคนจะเข้ามาใช้มากที่สุด ต้องดูแลบริหารอย่างไร งบประมาณจากไหน ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญ

ตอนที่จบปริญญาโท ก็มาทบทวนว่าเราชอบอะไรกันแน่ สุดท้ายเลือกเรียนต่อสาขานี้ เพราะอยากรู้ให้มากขึ้นและลึกขึ้น ไม่ผิดหวังค่ะ ตอนนี้สนุกกับการเรียนมากๆ

ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับอะไร

ศึกษาเกี่ยวกับ การประเมินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาในอนาคตค่ะ

12900017_1748988548680376_228105552_n

ภาพรวมของชีวิตการเรียนปริญญาเอกช่วงนี้เป็นอย่างไร

ขวัญเริ่มทำงานที่กระทรวงมหาดไทยตอนเรียนคอร์สเวิร์คหมดค่ะ และเพิ่งได้รับอนุมัติให้ลาเรียนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงก่อนลาเรียนสาหัสสากรรจ์มากค่ะ งานวิจัยหยุดนิ่งแทบไม่มีความก้าวหน้า เหนื่อยล้าจากงานประจำ กลับถึงบ้านก็สุดจะฝืนใจนั่งทำงาน ร่างก็เปื่อย ใจก็ป่วย จนทำให้ตัดสินใจขออนุญาตลาเรียนตามระเบียบของทางราชการ

ช่วงนี้เลยรู้สึกชีวิตดี๊ดี เริ่มกลับมานั่งอ่านงานตัวเอง ใจนิ่งมีสมาธิ ร่างกายพักผ่อนเต็มที่ จากที่เคยเครียด เบื่อ เหนื่อยมาก กลับมีความสุขที่ได้พัฒนางานตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ

เมื่อมาเรียนปริญญาเอกแล้วมีการแบ่งเวลาในชีวิตยังไงบ้าง

ในแต่ละวันขวัญจะเปิดคอมทำงานสองเวลาค่ะ คือสายๆ ประมาณสิบโมงเช้า และก็อีกทีตอนค่ำๆพยายามใช้เวลาหน้าจอคอมให้น้อยที่สุดคือ ครั้งละไม่เกินสองชั่วโมง เวลาที่เหลือก็จะอ่านหนังสือทบทวนงานตัวเอง วางแผนทำงานในวันต่อไป

แต่ก็มีบ้าง ที่เล่นอินเทอร์เน็ตเรื่อยเปื่อย นอนกลางวันบ้าง อะไรบ้างค่ะ ส่วนงานอดิเรก ถ้าอยู่กรุงเทพ ก็มีออกกำลังกายตอนเช้า วิ่ง ปั่นจักรยาน ทำอาหาร ฝึกเล่นดนตรี แต่ถ้ากลับบ้านที่เชียงใหม่ก็ชอบไปออกทริปขี่ม้า เข้าป่า

12910236_1748978625348035_485592134_n (1).jpg

ช่วยนิยามคำว่า Super Busy ในแบบของนักศึกษาปริญญาเอก

Super Busy คือ ช่วงที่มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมดจนไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี ใจเต้นตุ๊บๆ มือสั่นระรัว ใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมแบบลืมวันลืมคืน ลืมกินลืมนอนค่ะ โอ้ว ไม่นะ ขวัญไม่อยากมีชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว ฮ่าๆๆ

คิดว่าสิ่งที่ยากในการเรียนปริญญาเอกคืออะไร

การจัดการกับอารมณ์ค่ะ คือ เราต้องอยู่กับเรื่องเดิมๆทุกวัน ขณะเดียวกันก็มีปัญหาใหม่ๆเข้ามาทุกวันเช่นกัน เป็นปกติที่จะเบื่อ เหนื่อย เซ็ง ท้อ สำหรับขวัญ การจัดการอารมณ์ จึงสำคัญที่สุด รองลงมา ก็คงเป็นการจัดการเวลากับระเบียบวินัยในตัวเอง

คิดว่าทำอย่างไรจึงจะผ่านไปได้

ยึดหลักมัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลาง พยายามใช้ชีวิตแบบไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไป แต่ก็มีหลุดๆบ้างนะคะ ก็พยายามดึงสติตัวเอง เตือนตัวเองตลอดว่ามี อีกหลายคนที่เค้าอยากจะมาเรียนแบบเรา แต่เค้าไม่มีโอกาส ในเมื่อเราได้โอกาสนี้มาแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด เหนื่อยก็พัก เดี๋ยวค่อยเริ่มใหม่

12476534_1748988552013709_154471470_n.jpgเมื่อจบปริญญาเอกแล้ว คิดจะทำอะไรเป็นสิ่งแรก

จากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง พอจบปริญญาตรีก็เก็บใบปริญญาใส่กระเป๋ามาตามล่าหาความฝันที่กรุงเทพ ได้ทุนเรียนปริญญาโท จนปัจจุบันกำลังเรียนปริญญาเอก วันนี้มาไกลเหลือเกินค่ะ

ถ้าจบสิ่งแรกที่อยากจะทำเอาพวงมาลัยไปกราบคุณแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้บริหารที่ทำงาน และผู้ใหญ่ที่นับถือ ที่ให้โอกาส และสนับสนุนขวัญมาตลอด ให้เวลากับครอบครัว คุณแม่ กัลยาณมิตร และหาโอกาสทำกิจกรรมเพื่อสังคม คืนความรู้สู่สังคมต่อไปค่ะ

ขอบคุณ “ลูกขวัญ” สาวคนเก่งที่มาแบ่งปันคำแนะนำ และประสบการณ์การเรียนปริญญาเอกของเธอกับเราที่นี่ เราเชื่อว่าสิ่งที่เธอเรียนรู้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อไปแน่นอน ขออวยพรให้ “ลูกขวัญ” ประสบความสำเร็จดังตั้งใจทุกประการ

แขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใคร ติดตามได้ที่นี่ เร็วๆ นี้

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

ผู้เรียนปริญญาเอกจำนวนมากต้องเผชิญความตื่นกลัว หวั่นวิตก เพราะการเรียนปริญญาเอก คือ การทำงานขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนความไม่แน่นอน ประกอบกับเดดไลน์ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
อาการที่เรียกว่า thesis panic เกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนเกิดอาการมือสั่น ใจสั่น ท้อแท้ หวาดกลัว คำถามในใจที่ว่า จะเสร็จทันไหม? จะดีหรือไม่? และจะต้องแก้ไขอีกหรือเปล่า? กลายเป็นอุปสรรคทำให้ทำงานไม่ได้

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

1. เขียนลิสต์งานที่คงค้างออกมาอย่างละเอียด

2.วางแผน ย่อยงานออกเป็นส่วนๆ แล้วทำเป้าหมายระยะสั้นให้สำเร็จ

3. ดื่มน้ำผลไม้ ใจเย็นๆ แล้ว นั่งลงเขียน outline แต่ละบท ไล่มาถึงประเด็นหลัก ประเด็นรอง รายละเอียด ตารางข้อมูลต่างๆภายใต้ประเด็นแต่ละประเด็น เมื่อเห็นภาพงานที่ต้องทำอย่างชัดเจน อาการตื่นกลัวจะลดลง

4. หาที่สงบ นั่งหลับตา โฟกัสกับการหายใจเข้า-ออก

5. เปิดใจพูดกับใครบางคนที่พร้อมเข้าใจ หรือ กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายๆกันอยู่ การได้รู้ว่าไม่ใช่เราที่รู้สึกเช่นนั้นตามลำพังมีความสำคัญมาก

6. อย่าปล่อยให้เกิดความไม่สมดุลระหว่าง “งานที่มีมาก” กับ “เวลาที่เหลือน้อย” จงลงมือทำทุกวัน

7. คิดให้น้อย..ทำให้มาก

8.การออกกำลังกายไม่ทำให้เสียเวลา แต่จะช่วยลดความเครียด และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. การส่ง “งานบางอย่าง” เมื่อถึงเดดไลน์(ถึงแม้จะคิดว่างานนั้นยังดีไม่พอ) ดีกว่าการไม่ส่งอะไรเลย

10. จงคิดให้ได้แต่เนิ่นๆว่า เมื่อเดดไลน์มาถึง หากทำเต็มที่แล้ว แต่ในที่สุดไม่มีงานส่ง ก็ไม่เป็นไร ชีวิตคุณไม่สิ้นสุดแค่นี้แน่ๆ ความสามารถในการปล่อยวางจะช่วยให้ใจสงบลง


#justaphd #ปโทก็เช่นกัน