ขำหนักมาก


หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการเป็นดอกเตอร์ หรือ การเรียนปริญญาเอกต้องวางมาดเคร่งขรึม ต้องดูเครียด จริงจัง ทรงภูมิ ตลกไม่เป็น สนุกไม่ได้ ไร้สาระไม่ควร ทุกคำพูดต้องถูกต้อง เป็นวิชาการ และอ้างอิงทฤษฎีตลอดเวลา
ถึงแม้จะปิดคอมพ์แล้ว อยู่นอกห้องทำงานแล้ว ก็ยังมุ่งมั่นรักษาภาพของคนจริงจัง เคร่งขรึม และผิดไม่ได้นั้นอยู่

ลองพิจารณาดูว่าเราเป็นคนแบบไหน เรากำลังเป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง หรือ เหล่านั้นคือตัวตนของเราจริงๆ

คนเก่ง อัจฉริยะ และบุคคลที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มีอารมณ์ขันและมีความฮาเป็นเครื่องประดับ อีกทั้งยังถ่อมตัว แยกแยะชัดเจนว่าเวลางานจริงจัง ส่วนเวลาเล่นก็ขำได้หนักมาก

เพราะการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น ต้องอาศัยความสนุก อารมณ์ดี และก็แค่..เป็นตัวจริง

สลัดความเชื่อและความเข้าใจแบบผิดๆ ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด และค้นพบตัวตนภายใน

มาเปิดใจยอมรับกันเถอะว่า ความฮาและขำหนักมากเป็นเรื่องที่ควรมีและควรทำ

การเรียนปริญญาเอกต้องอาศัยความสนุกและอารมณ์ดีควบคู่ไปด้วย

#ถ้าขำหนักมาก #จบดรแน่นอน #วันนี้เรื่องขำของคุณคืออะไร

#justaphd

Cr: https://parisapartment.wordpress.com/2012/05/10/cant-take-that-away/

ภาพจากแฟนเพจ

 แฟนเพจ: “แอดมินคะ มีเรื่องปรึกษาค่ะ ดิฉันส่งสติ๊กเกอร์รูปนี้ไปให้เพื่อนหลายๆกลุ่มในไลน์ ปรากฎว่าเงียบกริบ ทำไมพวกเขารีดแล้วไม่ตอบคะ ไม่เข้าใจค่ะ”
“ตัดสินใจซื้อเพราะรูปนี้เลยค่ะ”

แอดมิน: เป็นกำลังใจให้ค่ะ ลองใช้สติ๊กเกอร์ รูป “ได้โปรด” ตามไปดูค่ะ อันนี้แนะนำค่ะว่าอาจได้ผล


แฟนเพจ: “ทำตามที่แนะนำ ก็ยังรีดแล้วไม่ตอบน่ะค่ะ”

แอดมิน: …………..

‎ความสุขของการเรียนปริญญาเอก‬ :: ‪คอลัมน์แขกรับเชิญ‬

nickp

วันนี้ เพจก็แค่ปริญญาเอก ได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ศาสตราจารย์วิจัย (Professorial Research Fellow) จาก University of Melbourne เเละ รองศาสตราจารย์วิจัย (Principle Research Fellow) จาก London School of Economics เจ้าของผลงานหนังสือ THE HAPPINESS EQUATION: THE SURPRISING ECONOMICS OF OUR MOST VALUABLE ASSET และ Ted Talk: The happiness equation ที่โด่งดัง

ดร. ณัฐวุฒิ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข จะมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ ความสุขของการเรียนปริญญาเอก ให้กับพวกเรา ที่นี่ เชิญติดตามค่ะ

นิยามหรือมุมมองของอาจารย์เกี่ยวกับ “ความสุขของการเรียนปริญญาเอก” คืออะไรคะ?

ผมว่าความสุขของการเรียนปริญญาเอกของคนเเต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ ส่วนตัวเเล้ว ความสุขของการเรียนปริญญาเอกของผมคือ การที่ผมได้มีโอกาสทำงานวิจัยในหัวข้อที่ผมชอบ นั่นก็คืออะไรที่ทำให้คนมีความสุข

คือในตอนสี่เดือนเเรก ที่ผมเริ่มเรียนปริญญาเอกนั้น ผมไปเสียเวลากับการทำงานวิจัยในหัวข้อที่ผมไม่ชอบเลย เเต่ที่ผมเลือกทำในหัวข้อที่ผมไม่ชอบตอนเเรกๆ นั้น ก็เป็นเพราะว่า มันเป็นหัวข้อที่ผมทำวิจัยไปตอนเรียนปริญญาโท

ผมจำได้ว่า ผมไม่มีความสุขกับการเรียนปริญญาเอกในตอนสี่เดือนเเรกนั้นเลยเเม้เเต่นิดเดียว เเล้วอยู่มาวันหนึ่ง ผมก็ตั้งใจว่า ไม่เอาเเล้ว ทำไมเราจำเป็นต้องฝืนตัวเองในการทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบด้วย ผมก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา เเละเลือกที่จะทำกับหัวข้อที่ผมชอบ ถึงเเม้ว่า ในตอนนั้น จะไม่มีใครสนใจเเละทำกัน

โชคดีที่อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ของผมดี เเละสนับสนุนผมมาตลอด เเละเท่าที่ผมจำได้ หลังจากที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อวิจัยไปทำในสิ่งที่ผมชอบเเล้ว ก็เเทบที่จะไม่มีวันไหน ที่ผมไม่มีความสุขกับการเรียนปริญญาเอกเลย

สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกที่อยากเพิ่ม “ความสุข” ในระหว่างการเรียนและการทำวิทยานิพนธ์ อาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรคะ?

ผมว่า การจัดเเบ่งเวลาให้เป็นเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนปริญญาเอกอย่างมีความสุขนะครับ ผมจำได้ว่าผมตั้งใจว่าทุกวันจะเขียนอย่างน้อยวันละห้าบรรทัด ถ้าวันใดเขียนได้ห้าบรรทัดเร็ว ผมก็จะเสร็จเร็ว เเล้วก็เอาเวลาตรงนั้น ไปทำอย่างอื่นอย่างเช่นดูหนังบ้าง เตะบอลบ้าง

ผมเเทบไม่เคยบอกกับตัวเองเลยว่า วันนี้จะต้องนั่งอยู่ตรงหน้าคอมพ์จากเช้าจนเย็นนะ เเต่ผมจะมีเส้นชัยที่เห็นได้ชัดของเเต่ละวัน เเละจะพยายามไปให้ถึงเส้นชัยตรงนั้นให้ได้ เเต่มันต้องเป็นเส้นชัยที่ realistic นะครับ ผมรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นยังไง เขียนวันละห้าบรรทัดมันน่าจะทำได้อยู่เเล้วในเเต่ละวัน

ผมทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆเป็นเวลาสามปีหลังจากเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เสร็จ thesis เเล้วครับ

อีกอย่างผมว่า เราต้องพยายามสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองทุกวัน ผมจำได้ว่าเพื่อนๆคนไทยของผมบางคนได้ทำการเตือนผมด้วยความหวังดีว่า เเน่ใจเเล้วเหรอที่เลือกหัวข้อวิจัยข้อนี้น่ะ มันไม่มีใครทำเลยนะ ระวังจบไปเดี๋ยวจะหางานลำบากนะ น่าจะทำหัวข้อที่มันเกี่ยวกับไฟเเนนซ์ดีกว่า

ซึ่งผมก็พอเข้าใจเเต่ก็ต้องบอกกับตัวเองอยู่ตลอดในขณะนั้นว่า การที่ไม่มีคนอื่นทำหัวข้อนี้เลยไม่ได้เเสดงว่ามันเป็นหัวข้อที่ไม่ดีนะ ขอให้มันเป็นสิ่งที่เราชอบเเละเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเรามีความสามารถพอในการที่จะเอาความชอบตรงนี้ทำให้ตัวเองอยู่ในเเนวหน้าของ field ได้ก็พอ

ผมยังจำได้เลยว่า วันไหนที่ผมต้องเผชิญกับมรสุมอย่างงั้นเยอะๆ ผมจะกลับบ้านไปเเล้วบอกกับตัวเองว่า ถึงเเม้ว่าผมจะทำงานวิจัยที่ไม่เหมือนคนอื่นในเวลานั้นเลยเเม้เเต่นิดเดียว เเต่เอาเข้าจริงๆ ล่ะก็ ก็ไม่มีใครเลยในโลกนี้ ที่จะรู้ในเรื่องความสุขของคนเเอฟริกาใต้เท่ากับผม เพราะตอนนั้นผมเป็นคนเเรกๆ ของโลกที่ทำวิจัยเกี่ยวกับความสุขของคนในประเทศที่กำลังพัฒนาครับ

แล้วตอนนี้ “ความสุข” กับชีวิตหลังปริญญาเอกของอาจารย์คืออะไรคะ?

สำหรับตัวผม ความสุขกับชีวิตหลังปริญญาเอกก็คือ การที่ผมยังได้ทำงานวิจัยในสิ่งที่ผมชอบอยู่ ได้มีโอกาสตีพิมพ์เเละพูดเรื่องงานวิจัยของผมให้คนอื่นฟัง ได้สอนเด็กนักเรียนในสิ่งที่ผมรักมาตลอดสิบกว่าปี เเละการที่มีคนยอมจ่ายเงินเดือนให้ผมทำในสิ่งที่ผมชอบครับ

เพจก็แค่ปริญญาเอก‬ ขอขอบคุณ ดร. ณัฐวุฒิ เป็นอย่างมากที่สละเวลามาแบ่งปันแง่คิดดีๆ และทำให้เราทราบเลยว่า การเริ่มต้นงานวิจัยด้วยความรักและชอบ บวกกับ ระหว่างทาง แบ่งเวลาให้เป็น กำหนดเส้นชัยที่เห็นได้ชัด มีความตั้งใจ และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ จะนำมาซึ่ง “ความสุข” และความสำเร็จ ทั้งบนเส้นทางปริญญาเอกและเส้นทางแห่งโลกวิชาการที่ยั่งยืน ดังเช่นที่ดร. ณัฐวุฒิ ได้ลงมือทำจนสำเร็จอย่างเป็นเลิศในเวทีระดับโลกมาแล้ว

คลิกไปฟัง Ted Talk: The happiness equation | Nick Powdthavee ได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=YwKUUYsjZ-I

และ สำหรับผู้ที่ต้องการแรงบันดาลใจในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการระดับนานาชาติ ต้องคลิกดูที่ไดอารี่ของการตีพิมพ์แต่ละฉบับ http://powdthavee.co.uk/diary.html

และที่เว็บไซต์ www.powdthavee.co.uk

ติดตาม เรื่องเล่าและคำแนะนำในการเรียนปริญญาเอก จากดร.ณัฐวุฒิ ต่อ ที่นี่ เร็วๆนี้ ค่ะ

‪#‎justaphd‬

‎Congrats‬ ดร.จ๋า :: ‪‎วีเจจ๋า‬ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี :: ‪คอลัมน์แขกรับเชิญ‬ :: ‪คุยเรื่องเรียนด๊อกเตอร์กับด๊อกเตอร์‬

วันนี้เพจก็แค่ปริญญาเอก ได้มีโอกาสพบปะกับ ดร.สาวคนใหม่ล่าสุด วีเจจ๋า “ซุปตาร์” ที่มีคิวฮอตที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย

จ๋าได้เคยมาให้สัมภาษณ์กับเพจก็แค่ปริญญาเอก เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาอยู่

วันนี้ จ๋าสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก สาขา Political Science (International Program) จากสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญาเร็วๆ นี้

ทันทีที่เพจก็แค่ปริญญาเอกติดต่อไป จ๋ายินดีเคลียร์คิวเพื่อให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังเรียนจบปริญญาเอก กับเราที่นี่ก่อนใคร

ja1.jpg

ยินดีด้วยกับความสำเร็จค่ะจ๋า ความรู้สึกในวันที่รู้ว่าเรียนจบแล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ?

ยิ่งกว่าคำว่า “ยกภูเขาออกจากอก” ค่ะ วันที่รู้ว่าที่ปรึกษาทุกท่านเซ็นต์ให้ผ่าน รู้สึกเบาหวิวทั้งตัวทั้งหัวสมอง

แต่ยังมีแอบคิดนิดหนึ่งว่าจริงรึเปล่า กลัวดีใจเก้อ และพอทางบัณฑิตวิทยาลัยบอกว่าเสนอชื่อผ่านแล้ว รู้สึกอยากจะวิ่งไปรอบๆแล้วกรี๊ด …แต่พอดีตอนนั้นอยู่ที่วัด เห็นว่าไม่สมควร…

สรุปคือดีใจมาก ที่เอาชนะตัวเอง และข้ามเส้นที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้มาได้

จ๋าได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนปริญญาเอก?

ได้ความแข็งแกร่งทั้งทางกายและใจเลยค่ะ การอดหลับอดนอน ปั่นงาน เพราะของจ๋ามีเงื่อนเวลามาบีบ ซึ่งต้องโทษตัวเองที่มาเร่งเอาไม่กี่เดือนหลัง การเร่งอ่านหนังสือ มีผลให้เป็นไมเกรน นั่งพิมพ์นานๆ ก็มีอาการ office syndrome สายตาก็พร่า แต่ผ่านมาได้ เพราะพยายาม balance ไปออกกำลังกายสักชั่วโมง ก็เลยช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอีกหน่อย

ja2.jpg

ส่วนใจนี่ได้เต็มๆ เพราะผ่านจุดที่ต้องรื้องานเกือบทั้งหมด รื้อทฤษฎี โดยมีเวลาเหลือแค่ไม่กี่เดือน แต่อันนี้ต้องขอบพระคุณอาจารย์ที่สั่งให้รื้อ เพราะมันดีขึ้นจริงๆ ตอนแรกเรายึดติดและเสียดายกับสิ่งที่เราทำไว้ โดยที่ไม่มองว่ามันมีทางอื่นที่ดีกว่า เพราะเราไม่อยากทิ้ง ไม่อยากสร้างใหม่…นี่ก็ใช้กับชีวิตได้เต็มๆ

และอาจารย์ทุกๆท่าน เป็นกำลังใจที่ดีมาก แม้ว่าเราแก้แล้ว ท่านก็ยังให้แก้อีกอยู่หลายครั้ง แต่ท่านจะพูดเสมอว่า เราทำได้ ..เคยแอบสงสัยว่าหลอกเรารึเปล่าด้วย… สุดท้าย มันก็ผ่านมาแล้วจริงๆ เราทำได้!!! อาจารย์ไม่ได้หลอก!!!

มีถ้อยคำให้กำลังใจอะไรที่อยากฝากให้ถึงทุกคนที่กำลังเรียนอยู่บ้างคะ?

ทำได้ค่ะ ท่องไว้ ถ้าจ๋าทำได้ ทุกคนก็ทำได้เช่นกัน เรามีเพื่อนร่วมทางมากมาย ที่เข้าใจและเผชิญชะตาเดียวกับเรา

อย่าลืมนะคะ ไม่ได้มีใครบังคับให้เราเรียน เราอาจเลิกเมื่อไหร่ก็ได้…แต่เราอยากเป็นคนนั้นมากกว่า คนที่เดินจนถึงเส้นชัย แล้วหันหลังไปมองเส้นทางที่เดินผ่านมาด้วยรอยยิ้ม สู้ๆนะคะ

ja3.jpg

….และแล้ววันแห่งความสำเร็จของวีเจจ๋าก็มาถึง เพราะ “ใจ” ที่สู้อย่างไม่ท้อถอย

…หลายปี กับหลายคำถามที่เธอต้องตอบผู้คนมากมาย เกี่ยวกับการเรียนปริญญาเอกของเธอ

วันนี้เธอเดินทางมาถึงวันที่สามารถตะโกนคำว่า “ก็แค่ปริญญาเอก” ได้แล้ว

ดร.จ๋า คงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับใครหลายคนที่อาจกำลังท้อ หมดกำลังใจ ให้ย้ำเตือนตัวเองอีกครั้งว่า จงอย่าหยุดในการก้าวเดิน แม้ว่าหนทางอาจจะยาวไกล แต่หากไม่หยุดเดิน ก็จะมีวันหนึ่งที่ไปถึงได้จริงๆ

ja4.jpg

เพจก็แค่ปริญญาเอกขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของจ๋าในครั้งนี้ด้วยค่ะ

#‎เพจก็แค่ปริญญาเอก ‪#‎JustaPhD

Line Sticker

มาแล้วค่า !! สติ๊กเกอร์ไลน์ชุดแรกของเพจก็แค่ปริญญาเอก
คลิกซื้อได้ที่

https://store.line.me/stickershop/product/1229828/en

[หรือค้นหา Just a PhD]

รวบรวมทุกคำที่ “ใช่”
รวบรวมทุกอารมณ์ ทั้งสุข เศร้า เหงา เพลีย ฯลฯ

ใช้สติ๊กเกอร์ชุดนี้สื่อแทนความในใจ

ต้อนรับปีใหม่ ปีที่ดีเยี่ยมของคุณ ด้วยสติ๊กเกอร์ไลน์ที่เราตั้งใจสุดฝีมือทำเป็นของขวัญให้ทุกคน