ศัพท์ปริญญาเอกวันละคำ ::: Perfection

Perfection หมายถึง ความสมบูรณ์แบบ หากผู้เรียนปริญญาเอกวางเป้าหมายไว้ที่ “ความสมบูรณ์แบบ” สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนไม่ประสบความสำเร็จperfect

เป็นเพราะ “ความสมบูรณ์แบบ” ไม่มีอยู่จริง จะว่าไป “ความสมบูรณ์แบบ” เปรียบเสมือนดินแดนลี้ลับที่ปรากฎอยู่เฉพาะแต่ในความคิดของผู้เรียน (บางคน) ที่มักจะตั้งมาตรฐานกับปริญญาเอกไว้สูงเกินไป… เช่น “ความสมบูรณ์แบบ” ของธีสิส ก็ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้อ่าน การจะเขียนธีสิสให้สมบูรณ์แบบโดยไม่ได้รับการท้วงติงจากอาจารย์หรือกรรมการสอบเลยนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะหน้าที่ของอาจารย์และกรรมการสอบ คือ การตรวจหาข้อผิด หรือสิ่งที่ต้องแก้ไข

ถึงแม้จะมีคนจำนวนหนึ่งที่สอบธีสิสผ่านโดยไม่ต้องแก้ไขเลย ก็ไม่ได้หมายความว่า คนเหล่านั้นได้เดินทางไปถึงดินแดนลี้ลับที่ชื่อว่าดินแดนแห่งความสมบูรณ์แบบ เพียงแต่งานของเขาเหล่านั้นสมบูรณ์เฉพาะในสายตาของอาจารย์และกรรมการสอบต่างหาก

บทความนี้ส่งกำลังใจสำหรับ
…คนที่กำลังจดๆจ้องๆ ไม่รู้จะเริ่มต้น “เขียน” อย่างไร
…คนที่อ่านหนังสือเกือบหมดห้องสมุดแล้ว แต่ยังไม่เริ่มต้น “เขียน” สักที
…คนที่ “เขียน” ไป กลัวไป เช่น เขียนได้หนึ่งหรือสองประโยคแล้วลบทิ้งบ้าง หรือ กลับมาตรวจคำผิดอยู่เรื่อยๆ
…หรือ คนที่ชอบถ่วงเวลาการส่งเล่ม

ลองคิดดูว่าสาเหตุที่ทำให้คุณไม่กล้าลุยต่อ เพราะคุณคิดว่า งานที่จะนำเสนอต้องสมบูรณ์แบบที่สุด ต้องได้รับคำชมเชย หรือไม่มีข้อแก้ไขเลย ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ คุณต้องหยุดคิด เปลี่ยนมุมมองใหม่ทันที …

การเป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ (perfectionist) อาจทำให้เครียด หมดแรง ถอดใจ หรือไม่สามารถแม้แต่จะเริ่มทำงานได้ ลุกขึ้นมาลองผิด ลองถูก ตั้งแต่วันนี้เลย…

การเขียนธีสิสไม่ต้องการ “ความสมบูรณ์แบบ” ไม่มีรูปแบบตายตัว และเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลลองดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณปล่อยความคิดให้เป็นอิสระและเขียนทุกสิ่งในหัวออกมา….โดยเฉพาะในงานเขียนชิ้นแรกๆ อย่าไปกังวลว่าจะถูกหรือผิด เขียนไปเรื่อยๆเท่าที่จะนึกออก

เคยได้ยินประโยคที่ว่า ธีสิสที่ดี คือ ธีสิสที่ทำเสร็จ (A good thesis is a done thesis) ไหมคะ? ถึงแม้งานชิ้นแรกๆจะมีหน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถ้าต่อมาผู้เรียนพยายามปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง งานที่ดูไม่ได้ในตอนแรก ก็จะกลายสภาพเป็นงานที่ “ดีพอ” และบางทีสิ่งนั้นก็ “พอดี”สำหรับปริญญาเอก…ถ้าไปดู งานชิ้นแรก กับ งานชิ้นสุดท้าย ของผู้ที่สำเร็จปริญญาเอก จะรู้ว่าแต่ละคนมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากจริงๆ

อย่างไรก็ดี งานชิ้นแรกมีความสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีงานชิ้นนั้นก็จะไม่มีจุดเริ่มต้นที่พาผู้เรียนไปสู่ความสำเร็จปลายทาง…

อย่าคิดว่าทางสู่ปริญญาเอกจะเป็น ทางเรียบ สะอาด โรยด้วยกลีบกุหลาบ
และมีสปอตไลท์ส่องตลอดทาง เพราะนั่นเป็นแค่ทางในฝันของใครบางคนและไม่มีอยู่จริง…

ว่าแล้วก็จงปล่อยวางกับความสมบูรณ์แบบ… แต่อย่าลืมว่าการปล่อยวางกับความสมบูรณ์แบบในที่นี้ เป็นคนละความหมายกับการไม่จริงจัง ไม่ปราณีต ทำแบบขอไปที หรือ ไม่พยายามเต็มที่

…ท้ายที่สุดแล้ว ความสมบูรณ์แบบ ไม่เคยทำให้ใครรู้สึกสมบูรณ์แบบ แต่กลับทำให้คนๆนั้นรู้สึก “ไม่ดีพอ” สักทีต่างหาก

ไม่ต้องพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเรา ดี เก่ง และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ เพราะสิ่งนี้เหนื่อย เสียเวลา และ น่าเบื่อ…

เป็นอิสระ คิดอย่างที่ตัวเองอยากคิด ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำ และแค่ตั้งใจ มุ่งมั่น ให้เวลากับการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกๆวัน…

‪#‎เพจก็แค่ปริญญาเอก‬ ‪#‎JustaPhD‬
Credit photo: from instagy.com

คอลัมน์แขกรับเชิญ ::: คุยเรื่องเรียนด๊อกเตอร์กับด๊อกเตอร์ ::: ดร.แป้งร่ำ Lehigh University, PA, USA

panrumวันนี้ “ก็แค่ปริญญาเอก” มีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.แป้งร่ำ สาวสวย เรียนเก่งและยังเป็นนักกีฬาไตรกีฬาระยะสั้น คนดังจากเวป pantipเจ้าของคำคมที่ว่า “แป้งชอบการ fail เพราะมันทำให้หนูรู้ตัวว่าเรายังไม่เก่งพอ”

ดร. แป้งร่ำ จบปริญญาโท ด้าน Industrial Engineering ที่ Lehigh University, PA, USA ใช้เวลา 1.5 ปี และล่าสุด จบปริญญาเอก ด้าน Operations Research ที่ University of Texas at Arlington ด้วยเวลา 3.5 ปี ตามด้วย post-doc อีก 5 เดือน วันนี้ ดร.แป้งร่ำ ยินดีมาพูดคุยเกี่ยวกับ “ประสบการณ์การเรียนปริญญาเอก” ที่นี่ค่ะ

ก่อนเริ่มเรียน คาดหวังอะไร และ ทำไมถึงมาเรียนปริญญาเอก?

ดร.แป้งร่ำ: ตอนเรียนโท ที่มหาวิทยาลัยจะสอนให้คิด แก้ปัญหาเชิงลึก โดยใช้ทฤษฎีมาอธิบาย สาขาที่เรียน จะออกแนวการคิดโมเดล สมการ แล้วเราก็รู้สึกสนุกไปกับมัน เพราะการเข้าใจทฤษฎีอย่างแท้จริง ทำให้รู้ถึงที่มาของสมการต่างๆ แต่ด้วยคอร์สปริญญาโท ไม่ต้องทำงานวิจัย ก็เลยสนใจต่อปริญญาเอก อีกทั้ง ได้ทุนสนับสนุนจาก the US National Science Foundation ให้ทำโปรเจคจริงๆ ด้วยค่ะ

คาดหวังว่า การเรียนปริญญาเอก จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้เราเป็นคนที่สามารถคิดอะไรเชิงลึกได้ รู้ถึงที่มาที่ไปของมัน มากกว่าแค่การแทนสูตรตอบค่ะ

ระหว่างเรียน พบเจอปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง? และก้าวผ่านปัญหาเหล่านั้นอย่างไร?

ดร.แป้งร่ำ: ปัญหาแรก คือ การเข้าหาคน ในห้องเรียนเป็นต่างชาติหมด ต้องก้าวผ่านปัญหานี้ ด้วยการกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว ยิ้มอย่างเป็นมิตร และตอบแทนความช่วยเหลือด้วยน้ำใจ ปัญหาที่สอง คือ homesick คิดถึงบ้าน ต้องก้าวผ่านปัญหานี้ ด้วยการเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เรากำลังทำอะไร เพื่อใคร และ มีคนรอชื่นชมอยู่ ต้องอดทนให้มากที่สุด

ปัญหาสุดท้ายคือ ความรู้สึกท้อเรื่องงานวิจัย แก้ปัญหาโดยการพูดคุยกับคนที่อยู่ในสภาวะเดียวกับเรา ก็จะเห็นว่า นักเรียนป.เอก เป็นกันทุกคน แล้วในที่สุด ทุกคนก็จะผ่านมันไปได้

หลังเรียนสำเร็จ: ทุกสิ่งที่ได้รับตรงตามที่คาดหวังไว้หรือไม่?

ดร.แป้งร่ำ: ทุกสิ่ง สำเร็จเกินความต้องการค่ะ เพราะสามารถจบออกมาด้วย 3 Majors ในเวลา 3.5 ปี พร้อมรางวัล Student Award 1 ใบ จาก the US National Science Foundation มองกลับไปแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มกับหลายๆ อย่างที่ทุ่มเทไป

มีคำแนะนำอะไรให้ผู้ที่กำลังเรียนอยู่บ้างคะ?

อยากให้คิดว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา คือ กำไรชีวิต อย่างน้อยๆ เราก็จะมีเรื่องราว ไปเล่าสู่กันฟัง…ล้ม ก็ลุกได้ เรียนรู้ที่จะเริ่มใหม่ และไม่ย่อท้อ วันนึงผ่านความยากเข็ญนี้ไป เราจะภูมิใจในตัวเอง อย่าดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้ การที่มหาวิทยาลัยรับเราเข้าเรียน ก็บ่งบอกระดับนึงแล้วว่า เราสามารถเรียนได้ค่ะ อุปสรรคเข้ามาเพื่อทำให้ความสำเร็จของเราดูยิ่งใหญ่ขึ้น…สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเรียนอยู่ทุกคนค่ะ

ติดตามอ่านประสบการณ์การเรียนปริญญาเอกของ ดร. แป้งร่ำ ต่อได้ที่:
http://m.pantip.com/topic/31943019?

‪#‎เพจก็แค่ปริญญาเอก‬ ‪#‎JustaPhD‬

PhD Life

s1

ถ้าเรียนปริญญาเอกแล้วจะเปลืองกระดาษขนาดเน้…

เรียนจบแล้ว..อย่าลืมไปช่วยปลูกป่า (แทนแก้บน)..กันนะ ^^

‪#‎เพจก็แค่ปริญญาเอก‬ ‪#‎JustaPhD‬ ‪#‎ปโทก็เช่นกัน‬

คำถาม & คำตอบ ::: การสมัครเรียนต่อปริญญาเอก

d22กำลังอยู่ในช่วงต้องตัดสินใจค่ะว่าจะเรียนต่อปริญญาเอกหรือไม่
ทางบ้านสนับสนุนให้เรียนค่ะ แต่ตัวเองไม่อยาก
เพราะไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเลย
แค่ตอนเรียนโท เวลาพรีเซนต์ก็จะไม่รอดแล้วค่ะ
คำถามไหนที่ควรถามตัวเองมากที่สุดเพื่อรู้ว่าตัวเองควรเรียนต่อหรือไม่คะ?

ก็แค่ปริญญาเอก:

…เพราะการตัดสินใจเรียนปริญญาเอกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
…เพราะการตัดสินใจเรียนปริญญาเอกต้องมาจากแรงจูงใจภายในตัวเอง
…เพราะการตัดสินใจเรียนปริญญาเอกต้องมาพร้อมความมุ่งมั่นที่เพียงพอ
…เพราะการเรียนปริญญาเอก ไม่ใช่เรื่องของ “ความสามารถ” แต่เป็นเรื่องของ “ความอยาก” และ “ความมั่นใจ” ลึกๆ ของผู้เรียน ว่า จะสนุก มันส์ และเต็มที่กับการเรียนรู้ครั้งนี้ และจะพาตัวเอง “รอด” ไปถึงฝั่งฝันได้

การเริ่มต้นด้วยคำถามที่ถูกต้อง จึงสำคัญมาก กับ ผู้ที่คิดจะเริ่มเรียน :

คำถามเกี่ยวกับปริญญาเอก:
ผู้ที่คิดจะเริ่มเรียน รู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วหรือไม่ว่า “ปริญญาเอก” คืออะไร?
เข้าใจใน “ธรรมชาติ และ สาระเนื้อหาของการศึกษาปริญญาเอก” ตามความเป็นจริงที่ “ปริญญาเอก” เป็น
ไม่ได้เข้าใจ หรือ ตีความปริญญาเอก ในแง่ที่ “ดี” เกินความเป็นจริง
หรือ เข้าใจ และ ตีความปริญญาเอก ในแง่ที่ “ไม่ดี” เกินความเป็นจริง..

คำถามเกี่ยวกับตัวเอง:

ชีวิตของคุณต้องการเติบโตไปเป็นอะไร อีกสิบปีข้างหน้าจากนี้ คุณเห็นภาพของตัวเองเป็นแบบไหน?
เมื่อชัดเจนในคำตอบข้างต้น ลองพิจารณาดูว่า “ปริญญาเอก” เป็น หนทางหนึ่ง ที่จะพาคุณไปสู่ภาพตรงนั้นหรือไม่?

คนบางคนมี “โอกาส” ทุกอย่างพร้อมในชีวิต แต่ความกลัว และความไม่มั่นใจ ทำให้ ยอมละทิ้ง บาง “โอกาส” ที่จะเติบโต…
คนบางคนไม่มี “โอกาส” แต่ทำทุกวิถีทาง เพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ๆ และกล้าหาญเพียงพอที่จะก้าวไปเผชิญความยากลำบากเพื่อการพัฒนา
จริงๆแล้ว มนุษย์มีหน้าที่พัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองที่ดีที่สุด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง…ไม่ผ่านบทเรียนใดก็บทเรียนหนึ่ง…

ปริญญาเอก เป็นเพียงหนึ่งในเส้นทางหรือบทเรียน (ที่ยิ่งใหญ่และยาวนานเพียงพอ) ที่จะทำให้มนุษย์ได้พัฒนาตัวเองตรงนั้น (ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าผู้ที่คิดจะเรียน เข้าใจ “ธรรมชาติและสาระเนื้อหาของการเรียนปริญญาเอก” ตามความเป็นจริง)

ก่อนจะตัดสินใจว่า “ไม่”….
ย้ำถามตัวเองอีกสักครั้งว่า…

จะไม่มีวันไหนในอนาคตที่จะเสียดาย “โอกาส” ที่มีในวันนี้
จะไม่มีวันไหนในอนาคตที่จะเสียดายว่า…น่าจะตัดสินใจเรียนปริญญาเอกซะเลย ในเวลานี้ ในวัยนี้ ที่ยังมีความพร้อมในทุกด้าน ที่จะทุ่มเทเวลา (3-6ปี) เพื่อการเรียนรู้ และ พัฒนาไปเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด

ซื่อสัตย์กับความต้องการ ความเชื่อ แรงจูงใจในชีวิตลึกๆ ของตัวเอง
ก้มลงดูไปที่ “ใจ” ให้เวลาในการคุยและถามใจของตัวเองว่า:
เอาไงกันดีเรา? ใช่หรือไม่? สู้หรือเปล่า? และ ไหวไหม?

ไม่ว่าคุณเลือกทางใด ให้ “โอกาส” ตัวเองที่จะก้าวไปข้างหน้าทุกวัน…

‪#‎เพจก็แค่ปริญญาเอก‬ ‪#‎JustaPhD‬

Credit photo: from www.etsy.com

คอลัมน์แขกรับเชิญ ::: คุยเรื่องเรียนด๊อกเตอร์กับด๊อกเตอร์ ::: ดร.แอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

IMG_6545
จากเมื่อวันก่อนที่เปิด #คอลัมน์แขกรับเชิญ ไป มีคำถามหลังไมค์ส่งเข้ามา แอดมินเลยรีบไปหาคำตอบมาให้ทันที…

“แขกรับเชิญ” ของเราวันนี้คือ “ดร.แอร์” รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PhD In Political Science, Chulalongkorn University)  ดร.สาวสวย คนเก่ง ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลงานวิจัยระดับชาติ… พอติดต่อไปปั๊บ ดร.แอร์ เคลียร์ทู้กคิว บึ่งรถมาจอดเอี้ยด…เพื่อนั่งจับเข่าคุยกับ “ก็แค่ปริญญาเอก” ทันที…

ก็แค่ปริญญาเอก: ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า ทำไมถึงคิดเรียนต่อปริญญาเอก?

ดร.แอร์: ความตั้งใจเรียนปริญญาเอก คิดๆเอาไว้บ้างตั้งแต่เรียน ป.ตรี จากคำพูดของอาจารย์ที่ว่า “ถ้าเรามีโอกาสแล้ว เราจงทำให้ดีที่สุด เหมือนที่เราเข้ามาเรียนที่นี่แล้ว ก็ทำผลการเรียนให้ดีเพื่อจะได้เรียนต่อหรือได้ทำงานดีดี จากนั้นก็เรียนโท ทำงาน…ความคิดนี้ก็กลับมาอีกครั้ง เพราะต้องการใช้ “ความรู้” ในการทำงานจริงๆ และผลการเรียนของเราก็สามารถเรียนต่อได้ จึงมาสอบเรียนต่อป.เอก

ก็แค่ปริญญาเอก: ระหว่างเรียน พบเจอปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง?

ดร.แอร์:  ช่วงสอบเข้าป.เอก ต้องเผชิญกับความสับสนว่าจะลาออกจากราชการดีหรือไม่ และถ้าลาออกจะเอาเงินจากไหนมาเรียนเพราะไม่อยากขอเงินที่บ้าน เป็นความโชคดีที่มีทุนของ สกอ. พอดี จึงลองชิงทุนดู ปรากฏว่าได้รับทุนเรียนต่อ ซึ่งทำให้ได้ทั้งทุนและโอกาสในการได้งานไปในตัว แต่ก็เป็นความกดดันว่าต้องเรียนให้จบ จึงพยายามตั้งใจเรียน เครียดจนเป็นโรคกรดไหลย้อน…

ผ่านด่านนี้แล้วก็ด่าน QE ช่วยกันติวกับเพื่อนในรุ่นก็ผ่านมาได้ มาถึงด่านหา อ.ที่ปรึกษาเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ด่านนี้นับเป็นด่านที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นด่านที่ทำให้เพื่อนในรุ่นไม่จบ มีทั้งปัญหาจากตัวนักศึกษาเองและปัญหาของที่ปรึกษา บอกได้ว่าทุกคนที่ผ่านมาถึงด่านนี้เก่งทุกคน แต่มันเป็น…“ศิลปะในการเชื่อมประสานความต้องการของที่ปรึกษาและกรรมการสอบให้ได้”

…ตรงจุดนี้มีความยากพอๆกับการค้นหาองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งคนเรียนป.เอกที่ไม่ได้คุ้นเคยกับที่ปรึกษามาก่อนจำเป็นต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้

ก็แค่ปริญญาเอก: หลังจากเรียนจบแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ดร.แอร์: หลังเรียนจบเหมือนยกก้อนหินออกจากบ่า มันเกินกว่าดีใจ น่าจะโล่งใจ มากกว่า เพราะแบกความคาดหวังของคนรอบข้าง และตัวเอง ที่ยอมทุบหม้อข้าวลาออกจากงาน มาเรียนต่อ แล้วสำเร็จได้งานที่ใช้ความรู้อย่างเต็มที่ และมีอิสระในการหาความรู้เพิ่มเติม

ก็แค่ปริญญาเอก: มีข้อคิดอะไรทิ้งท้าย..เพื่อให้กำลังใจผู้เรียนบ้างไหมคะ?

ดร.แอร์: อยากให้กำลังใจว่า..ก่อนมาเรียนต้องมีเป้าหมายในตัวเองที่ชัดเจนและมุ่งมั่นจริงๆเพราะระหว่างทางมันมีแต่ขวากหนามมากมายเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ …ใจเราต้องถึงก่อน เราจึงจะไปถึง…

ส่วนผู้ที่กำลังเรียนเมื่อพบปัญหา…ขอให้เข้มแข็งไว้ มันต้องผ่านไปได้เพียงทำให้เต็มที่ พยายามให้กำลังใจตัวเองว่า…

“เราทำเต็มที่สุดความสามารถแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของโชคชะตา”

ก็แค่ปริญญาเอก: ขอบคุณมากๆสำหรับเวลาและข้อคิดดีๆค่ะ จากคำสัมภาษณ์ มีคำคมหลายคำที่ดีและมีประโยชน์มาก เชื่อว่าผู้เรียนสามารถนำไปคิดต่อ และ ใช้เป็นแนวทางได้แน่นอนค่ะ…