ว่าด้วยเรื่องบรรณานุกรม

14212171_1766790200244381_7898073516573962191_n

บรรณานุกรม คือ รายการหนังสือที่ได้รับการอ่านและใช้ในวิทยานิพนธ์ โดยปกติจะปรากฏอยู่ท้ายเล่ม

บรรณานุกรมมีความสำคัญมาก

ในการประเมินคุณภาพของวิทยานิพนธ์ กรรมการบางคนเลือกที่จะตรวจสอบบรรณานุกรมเป็นอันดับแรก

เพราะไม่มากก็น้อย ความคิดและตัวตนของผู้ทำ และของวิทยานิพนธ์ มาจากรายการของสิ่งที่อ่าน

บรรณานุกรมจึงเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนความคิดและตัวตนของผู้ทำ และของวิทยานิพนธ์

หนังสือทุกเล่ม บทความทุกเรื่อง และงานเขียนทุกบท ที่อ่าน จะค่อยๆ ประกอบสร้างขึ้น และเป็นตัวกำหนดโครงสร้างและเนื้อหาสาระของวิทยานิพนธ์

ทุกเล่ม ทุกเรื่อง และทุกบทที่เลือกอ่านจึงมีความสำคัญ

ไม่ใช่อะไรก็ได้ แต่ต้องอะไรก็ได้ที่ “ใช่” เท่านั้น

อาหารอร่อยต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่ดี ส่วนการปรุงเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน

วิทยานิพนธ์ที่ดีและมีคุณภาพ ผู้เขียนต้องให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบ บวกกับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็น

วันนี้ บรรณานุกรมท้ายเล่ม สะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวคุณ และวิทยานิพนธ์ของคุณ

จะเลือกเป็นความ…

ล้าสมัย หรือ ร่วมสมัย
คับแคบ หรือ กว้างขวาง
ตื้นเขิน หรือ ลึกซึ้ง

สุดท้าย เนื้อหา ความคิด และตัวตนของวิทยานิพนธ์ มาจากสิ่งที่เราอ่าน และสิ่งที่เราเป็น

ใส่ใจกับ “สิ่งที่อ่าน” อีกสักนิด และกับ “การทำวิทยานิพนธ์” อีกสักหน่อย

เพราะ “You are what you read”

และท้ายที่สุด “The thesis is what you are”

#justaphd

Cr photo: www.formatgenerator.com

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

ผู้เรียนปริญญาเอกจำนวนมากต้องเผชิญความตื่นกลัว หวั่นวิตก เพราะการเรียนปริญญาเอก คือ การทำงานขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนความไม่แน่นอน ประกอบกับเดดไลน์ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
อาการที่เรียกว่า thesis panic เกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนเกิดอาการมือสั่น ใจสั่น ท้อแท้ หวาดกลัว คำถามในใจที่ว่า จะเสร็จทันไหม? จะดีหรือไม่? และจะต้องแก้ไขอีกหรือเปล่า? กลายเป็นอุปสรรคทำให้ทำงานไม่ได้

10 เทคนิคในการก้าวข้ามอาการ thesis panic

1. เขียนลิสต์งานที่คงค้างออกมาอย่างละเอียด

2.วางแผน ย่อยงานออกเป็นส่วนๆ แล้วทำเป้าหมายระยะสั้นให้สำเร็จ

3. ดื่มน้ำผลไม้ ใจเย็นๆ แล้ว นั่งลงเขียน outline แต่ละบท ไล่มาถึงประเด็นหลัก ประเด็นรอง รายละเอียด ตารางข้อมูลต่างๆภายใต้ประเด็นแต่ละประเด็น เมื่อเห็นภาพงานที่ต้องทำอย่างชัดเจน อาการตื่นกลัวจะลดลง

4. หาที่สงบ นั่งหลับตา โฟกัสกับการหายใจเข้า-ออก

5. เปิดใจพูดกับใครบางคนที่พร้อมเข้าใจ หรือ กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายๆกันอยู่ การได้รู้ว่าไม่ใช่เราที่รู้สึกเช่นนั้นตามลำพังมีความสำคัญมาก

6. อย่าปล่อยให้เกิดความไม่สมดุลระหว่าง “งานที่มีมาก” กับ “เวลาที่เหลือน้อย” จงลงมือทำทุกวัน

7. คิดให้น้อย..ทำให้มาก

8.การออกกำลังกายไม่ทำให้เสียเวลา แต่จะช่วยลดความเครียด และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. การส่ง “งานบางอย่าง” เมื่อถึงเดดไลน์(ถึงแม้จะคิดว่างานนั้นยังดีไม่พอ) ดีกว่าการไม่ส่งอะไรเลย

10. จงคิดให้ได้แต่เนิ่นๆว่า เมื่อเดดไลน์มาถึง หากทำเต็มที่แล้ว แต่ในที่สุดไม่มีงานส่ง ก็ไม่เป็นไร ชีวิตคุณไม่สิ้นสุดแค่นี้แน่ๆ ความสามารถในการปล่อยวางจะช่วยให้ใจสงบลง


#justaphd #ปโทก็เช่นกัน

8เทคนิคสร้างสรรค์งานเขียน แบบออฟไลน์ ช่วงวันหยุดยาว 

 1.เปลี่ยนสถานที่ทำงาน จากห้องทำงานเดิมๆ มาเป็นร้านกาแฟ ห้องสมุด ริมทะเล ฯลฯ
2.เสียงเพลง ดนตรี น้ำผลไม้ คลื่น สายลม แสงแดด ผสมผสานองค์ประกอบต่างๆนี้ให้ลงตัว..ตามสไตล์ที่ชอบ
3.ปิด wifi และ notifications ในโทรศัพท์
4. ทำงานแบบออฟไลน์ ด้วยดินสอ ปากกา สมุดโน้ต กระดาษสีสันสวยๆ
5.ปริ้นท์งานเขียนออกมาวางบนพื้นข้างหน้า ปรับมุมมอง ลองดูความสัมพันธ์ของความคิดแต่ละส่วน ส่วนไหนสั้นไป ยาวไป ใช้สีในการทำสัญลักษณ์ เชื่อมโยงแต่ละส่วน จากมุมมองใหม่นี้
6.เปลี่ยนการเขียนเป็นการพูด จินตนาการว่ามีคนนั่งฟังอยู่ พูดเล่างานของคุณออกมาให้ผู้ฟังเข้าใจ ในที่สุดตัวคุณจะเข้าใจตัวเองไปด้วย
7.ตั้งรางวัลการลงมือทำงานให้ตัวเอง สำหรับจำนวน “หน้า” ที่เขียนได้ หรือ จำนวน”ชั่วโมง” ที่ได้โฟกัสกับงาน
8.เดินเล่น วิ่งเล่น สาดน้ำสงกรานต์ บ้างอะไรบ้าง หลอกสมองให้ผ่อนคลาย ก่อนกลับมาทำงานใหม่…

สุขสันต์วันสงกรานต์ สุขสันต์วันครอบครัว

#justaphd

การลดจำนวนคำในวิทยานิพนธ์ 

วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์เรื่องของการลดจำนวนคำในวิทยานิพนธ์ค่ะ

ด้วยการเขียนวิทยานิพนธ์สายสังคมศาสตร์ในประเทศอังกฤษมีการกำหนดจำนวนคำไว้ที่ประมาณ 80,000 คำ
ตลอดระยะเวลาของการเขียนงานในช่วง 2-3 ปีนั้น สิ่งที่ผู้เขียนมักจะทำคือกดไปที่โปรแกรม word count เพื่อนับจำนวนคำที่เขียนได้ในแต่ละวัน

ทุกครั้งที่เห็นจำนวนคำที่เพิ่มขึ้นก็จะภูมิใจเล็กๆ กับตัวเองว่า ที่นั่งหลังขดหลังแข็งในวันนี้เขียนไปได้กี่คำแล้ว
บางวันได้ 2,000 คำ หรือบางวันได้ 5,000 คำ
เขียน นับ เขียน นับ ไปเรื่อยๆ เช่นนั้นในทุกวัน
ถึงแม้จะรู้อยู่ว่าปริมาณเป็นคนละเรื่องกับคุณภาพ
แต่การเห็นผลลัพธ์เป็นจำนวนคำที่เพิ่มขึ้นก็เป็นกำลังใจที่ดีในทุกวัน
จนถึงช่วงท้ายของการเขียน เมื่อนำเนื้อหาทุกส่วนมารวมเป็นวิทยานิพนธ์ทั้งเล่ม ปรากฎว่าจำนวนคำทั้งหมด มีกว่า 140,000 คำ !!!
เกินกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนดไปมาก เรียกว่าเกือบจะเป็นวิทยานิพนธ์ได้ 2 เล่ม

ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงต้องเข้าสู่อีกกระบวนการหนึ่งที่ยากไม่แพ้การสร้างคำให้ปรากฎ นั่นก็คือการลดจำนวนคำ
คำและประโยคที่ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องถูกตัดออกเป็นจำนวนมาก

ในขั้นตอนนี้ การทำใจให้ยอมรับและพิจารณาว่าคำใดที่ไม่ใช่ หรือประโยคใดควรตัดออกเป็นเรื่องยาก
หลักเกณฑ์ที่ใช้ คือ ไม่เสียดาย !!
กล้าหาญที่จะตัดทอนคำหรือประโยคที่ไม่ใช่ออก

ให้มองว่าการตัด ละ ทิ้ง บางคำ บางประโยคออกไปนั้น ไม่ใช่การ “เสีย” แต่เป็นการ “ได้”
เช่น ทักษะในการไตร่ตรองที่ดี และ ทักษะในการตัดสินใจอย่างเหมาะสม ฯลฯ

และเมื่อสามารถลดคำลงมาได้ตามข้อกำหนด ก็ทำให้เห็นว่างานกระชับ เรียบง่าย ได้ใจความกว่าเดิมเยอะ

เรียนรู้เลยว่าการแก้ไขและปรับปรุงวิทยานิพนธ์ให้กระชับ เรียบง่าย ได้ใจความ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากแต่เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก

การขัดเกลาผลงานควรเป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการทำวิทยานิพนธ์
อย่าหยุดเจียระไนงานชิ้นเอก…และพยายามไปให้ถึงซึ่งแก่นความรู้ที่แท้จริง
และในขั้นตอนของการขัดเกลานี้ หากจำเป็นต้องปล่อยวางบางคำ บางประโยค หรือ แม้แต่ปล่อยวางตัวตนของเราเอง ก็จักต้องทำเพื่อผลงานที่ดีที่สุด

ในระหว่างการลดจำนวนคำในวิทยานิพนธ์…

สิ่งที่ผู้เขียนยังคงทำอยู่คือกดไปที่โปรแกรม word count เพื่อนับจำนวนคำที่ลดลงในแต่ละวัน เพราะการเห็นผลลัพธ์เป็นจำนวนคำที่ลดลง คือ กำลังใจที่ดีในทุกวัน

ไปต่อไป ชีวิตปริญญาเอก…

#justaphd

Credit photo: http://tapastic.com/episode/12949

8 ข้อแนะนำในการเลือกหัวข้อวิจัยปริญญาเอกที่ “ใช่”

img_3298
1. เริ่มต้นจากความรักและชอบ หรือ มีที่มาจากภูมิหลัง ความรู้ และทักษะที่ผู้เรียนมีความถนัดหรือสนใจ เพราะผู้เรียนต้องอยู่กับวิจัยนี้เป็นระยะเวลานาน หัวข้อที่ “ใช่” ควรเป็นเรื่องที่ผู้เรียนมี ฉันทะ หรือ ใจที่รักในหัวข้อนั้น

2. ต้องมีความชัดเจน มีประเด็นหลักเพียงประเด็นเดียว อย่าศึกษาหลายประเด็น เพราะเพียงแค่ประเด็นเดียวกับการศึกษาให้ได้ลึกซึ้งตามมาตรฐานของปริญญาเอกก็ท้าทายมากพอแล้ว

3. ยิ่งผู้เรียนมองเห็นภาพชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นได้มากเพียงใด ก็ยิ่งสะท้อนความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ ลองตั้งคำถามแล้วตอบให้ได้ว่า หัวข้อวิจัยที่จะทำนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม และ อย่างไร เมื่อนำคำตอบทุกข้อมารวมกันแล้วดูมีเหตุผล มีความเชื่อมโยง ก็น่าจะมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง ในช่วงการเลือกหัวข้อ ควรคิดให้รอบ มองให้ทะลุ เพราะการคิดให้เยอะตั้งแต่แรกจะช่วยให้เหนื่อยน้อยลงระหว่างการลงมือทำ

4.ไม่จำเป็นต้องคิดหัวข้อที่ยิ่งใหญ่ หรูหรา อลังการ โดยหวังว่ายิงปืนนัดเดียว จะได้ทั้งใบปริญญาและรางวัลโนเบล ควรเลือกหัวข้อที่มีขนาดพอเหมาะสามารถทำให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ส่วนการคว้ารางวัลระดับโลกนั้น ค่อยทำเมื่อเรียนจบปริญญาเอกแล้วก็ยังไม่สาย

5. ผู้เรียนควรพิจารณาความเป็นไปได้ในแง่ของการเก็บข้อมูล การลงพื้นที่วิจัย และประชากร ผู้ให้ข้อมูล ต้องพิจารณาว่าเป็นหัวข้อที่มีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอ ข้อมูลต่างๆสามารถเผยแพร่ได้ และผู้เรียนสามารถเข้าถึงซึ่งแหล่งที่มาของข้อมูลได้ เป็นต้น

6. หัวข้อวิจัยที่ “ใช่” นั้นไม่ได้หล่นลงมาจากฟากฟ้า ผู้เรียนต้องขวนขวายเป็นอย่างมาก เช่น เริ่มต้นจากการสำรวจวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องสัก 20 ชิ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งไอเดียที่ “ใช่” การอ่านที่เพียงพอจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถระบุชัด รวมถึงจำกัดขอบเขตงานวิจัยให้มีความพอดีและเฉพาะเจาะจงได้

อย่านั่งเฉย แล้วตีโพยตีพายว่าคิดหัวข้อไม่ออก เพราะถ้าผู้เรียนไม่ยอมออกไปเผชิญโลกกว้างของวิชาการ ไม่ติดตามข่าวสาร หรือ ไม่เห็นปรากฎการณ์ของปัญหาสังคมในแง่มุมต่างๆ ผู้เรียนก็จะคิดหัวข้อไม่ออกอยู่เช่นนั้น

7. บางทีหัวข้อวิจัยที่ “ใช่” ก็เริ่มจาก คำที่ “ใช่” เพียงคำเดียว ค้นหา ระบุ คำที่สนใจแล้วลองศึกษาคำๆนั้นลงไปในเชิงลึก ระหว่างการอ่านหนังสือต่างๆ จึงควรจด คำหรือประเด็น ที่ดูเข้าท่า น่าสนใจไว้ แล้วค่อยๆ ค้นคว้า อ่าน และ พิจารณาเพื่อนำมาพัฒนาเป็นประเด็นคำถามวิจัยต่อไป

8. ผู้เรียนต้องมีความยืดหยุ่น อย่าถึงขั้นยึดติดกับหัวข้อวิจัยที่คิดได้ในตอนแรกนี้ เพราะการวิจัยเป็นกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้เรียนต้องพร้อมที่จะปรับหัวข้อเพื่อรับกับสถานการณ์ เหตุและปัจจัยที่ผันแปรได้เสมอ

หัวข้อวิจัย คือ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตการวิจัยของผู้เรียน การเฟ้นหาหัวข้อวิจัยปริญญาเอกที่ “ใช่” จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนการติดกระดุม ถ้าติดเม็ดแรกถูก เม็ดต่อๆไปก็จะถูกด้วยเช่นกัน…

ขอให้เจอกับหัวข้อที่ “ใช่” ในเร็ววัน 

#เพจก็แค่ปริญญาเอก

———————

โหลด #สติ๊กเกอร์ไลน์ จาก #เพจก็แค่ปริญญาเอก ไปใช้ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ได้แล้วที่

http://line.me/R/shop/detail/1229828

[หรือค้นหา Just a PhD]

#สติกเกอร์ #น่ารักมาก #โหลดเลย