ดร.ศศิวิมล ขาวโกมล :: คอลัมน์แขกรับเชิญ :: คุยเรื่องเรียนด๊อกเตอร์กับด๊อกเตอร์

drpui0.jpg

แขกรับเชิญสาวสวยสะดุดตา ที่ให้เกียรติมาพูดคุยกับเพจก็แค่ปริญญาเอกในวันนี้ คือ ดร.ศศิวิมล ขาวโกมล หรือ ดร.ปุ้ย เธอสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้าน Bio-Technology จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันเป็นนักวิจัยประจำศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ดร.ปุ้ยสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกมาได้อย่างไรภายในเวลา 2 ปี !!! อย่าพลาด คำแนะนำดีๆ จากเธอ !!!

————————
ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ ปุ้ย ศศิวิมล ขาวโกมล ค่ะ จบ PhD in Bio-Technology (Bioindustrial Sciences Program) จาก Graduate School of Life and Environmental Sciences จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2014 ค่ะ ภายใต้ทุนการศึกษาของ Japanese Government (MEXT) Scholarship ค่ะ ทำวิจัยในเรื่องของ Decision Support System and System Design of Renewable Energy Utilization ค่ะ

สำเร็จปริญญาโทจาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น ที่เดียวกับปริญญาเอก

ส่วนปริญญาตรี จบจากโครงการ International Double Degree Program ระหว่าง คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ Victoria University ประเทศออสเตรเลียค่ะ

ทำไมถึงตัดสินใจเรียนปริญญาเอกคะ

ตอนนั้นได้ทุนไปเรียนเป็นทุนโท – เอก ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะต่อเอกเลยค่ะ พ่อแม่ก็อยากให้เรียนต่อ แต่เราคิดว่าแค่โทน่าจะเพียงพอแล้ว ในตอนนั้นคิดไม่ออกจริงๆ ว่า จบเอกแล้วจะทำอะไร นอกจากต้องเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วเป็นคนขี้หงุดหงิด ใจร้อน ไม่ชอบสอนหนังสือ ไม่ชอบจ้ำจี้จ้ำไชใคร อยากทำงานบริษัทมากกว่า เพราะก่อนหน้าไปเรียนก็ทำงานบริษัทเอกชนอยู่

จริงๆ ตอนแรกที่ไป ก็เกือบจะต้องเปลี่ยนสายการเรียน คือจบสาขาบริหารการเกษตรมา แต่ว่าต้องไปต่อในเรื่องของการจัดการและการวางแผนนโยบายทางพลังงาน แค่เรียนให้จบโทก็ยากแล้ว ไม่ได้คิดเรื่องเรียนต่อเอกเลยค่ะ

แต่ว่าตอนจะจบโท เรื่องที่ทำคือเรื่องการวางแผนและสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย คือเริ่มสนุก ในตอนที่เรียนสมัยนั้น ประมาณปี 2010 – 2012 เรื่องพลังทดแทน เพิ่งมีคนสนใจ พอจะจบโทก็คิดอยากทำเรื่องนี้ต่อ อยากวิจัยต่อให้จบ อาจารย์ก็บอกมันตีพิมพ์ได้นะ อาจารย์สนับสนุน พ่อแม่ก็สนับสนุน แถมทุนก็มี ก็เลยเรียนต่อละกัน ยังสนุกอยู่ และตอนนั้นก็รู้สึกสนุกกับการอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยค่ะ

drpui4

ตอนที่เรียน พบเจอปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างคะ

ปัญหาแรกคือเรื่องเงินทุนค่ะ คือมันมีปัญหา ด้วยการที่เราไปโปรแกรมพิเศษตัวนึงของญี่ปุ่น ซึ่งไปรุ่นแรกของประเทศไทยเลย ทุนบอกว่า ให้โดยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ตอนไปถึงสมัยนั้นก็เคยได้ยินอาจารย์พูดว่าทุนนี้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คือแค่มีเงินให้เราได้เดือนต่อเดือนเราก็ดีใจแล้ว จนใกล้จะจบโท อาจารย์มาบอกว่า ขอโทษจริงๆ เข้าใจผิดว่าเป็นทุนโท-เอก เนื่องจากทุนนี้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเงิน ทุนเลยให้เเค่โทเท่านั้น เราก็เงิบเลย แบบตอนแรกไม่อยากเรียนต่อเอกเท่าไหร่ แต่พออยากเรียน ก็มาทราบว่าไม่มีทุน

เครียดนะตอนนั้น แต่พ่อแม่ก็บอกว่าถ้าอยากเรียนเค้าก็จะส่งให้ แต่เรารู้ว่ามันใช้จ่ายเยอะ ก็เครียด หาทางไปสอบชิงทุนหลายที่เลย หาไม่ได้เลย ส่วนใหญ่ก็จะรับในสายอื่นที่ไม่ตรงกับเรา หรือว่าต้องพูดภาษาญี่ปุ่นในระดับดีมาก แต่ตัวเองพูดได้กลางๆ อันนี้เป็นข้อเสียนะคะ จริงๆ แล้วอุตส่าห์ได้ไปถึงนั่น น่าจะพูดได้ดีกว่านี้

แต่สุดท้ายวันนึง เกือบถอดใจละ อาจารย์เดินมาบอกว่า ทุนเค้าเห็นใจ เห็นว่าเป็นรุ่นแรก จะให้ทุนต่อ โดยมีเวลาแค่2ปี เท่ากับต้องเรียนเอกให้จบภายใน 2 ปี ที่เหลือถ้าไม่จบหาเงินเรียนเอง

เราก็คิดว่า น่าจะไหว เลยรับไป แต่ก็ยังหาว่าทำยังไงให้จบภายใน 2 ปีได้ ก็ไปติดต่อมหาลัย ได้ความว่า ภายใน 1 ปีครึ่ง ต้องมีผลงานตีพิมพ์ 2 เรื่องให้เรียบร้อย ถึงจะขอยื่นจบภายใน 2 ปีได้ทัน คราวนี้ยากเลย คุยกับอาจารย์ เครียดเลย ว่างานวิจัยควรจะทำยังไง ทำแนวไหน เรื่องเก่าควรเอามาต่อยอดยังไง ให้ครอบคลุม ในระยะเวลาที่มันจำกัดค่ะ

drpui3.jpg

เจอโจทย์ยากขนาดนี้ ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้อย่างไร

ในกรณีปัญหาของปุ้ย คือได้อาจารย์ที่ดีมาก ด้วยความที่ตอนเรียนปริญญาตรี ไม่มีพื้นฐานทางด้านงานวิจัยเลย เป็นโครงการพิเศษที่ได้ 2 ปริญญาตรี 2 ใบ 2มหาวิทยาลัย ในระยะเวลาแค่ 4 ปี เลยไม่มีการทำปัญหาพิเศษ เราไม่มีพื้นฐานงานวิจัย และไม่มีความรู้เรื่องการเขียนงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์เลย!

แต่อาจารย์ก็ใจดีมาก แนะนำจนเราสามารถที่จะเขียนงานออกมาตีพิมพ์ได้ แนะแนวทางที่จะทำอย่างไรให้มันสำเร็จในระยะเวลาที่เรามีจำกัด อาจารย์เหมือนเป็นพ่อ ที่ไม่ได้เป็นห่วงเราแค่เรื่องเรียน เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องเงิน อาจารย์ไม่อยากจะให้เราต้องออกค่าเรียนเองเพราะจะลำบากพ่อแม่ของเราที่ไทย แกพยายามจะช่วยเหลือทุกทางให้เราเรียนจบจนได้

อาจารย์ที่ปรึกษาพูดกับเราว่า

ในตอนนี้งานวิจัยที่เรามีระยะเวลาจำกัด เราจะทำอย่างไรให้งานวิจัยเรามีความสำคัญ ตีพิมพ์ได้และมีประโยชน์ แต่ต้องไม่ใช่งานที่ใหญ่หรือยากจนเกินกว่าที่ระยะเวลาของทุน อาจารย์รู้ว่าใครๆก็อยากให้งานออกมาดี ออกมายิ่งใหญ่ เป็นงานที่ใครๆ ก็ต้องร้องโอ้โห แต่ว่าปุ้ยซังยังมีเวลาอีกทั้งชีวิตที่จะตีพิมพ์งานวิจัยเหล่านั้น ตอนนี้มีหน้าที่เรียนให้จบ สิ่งสำคัญกว่าอื่นใดคือ การเรียนให้จบและให้จบตามกำหนดของทุน

คำนี้จำมาตลอดเลยค่ะ เพราะในชีวิตปริญญาเอกของหลายๆคน แม้กระทั่งเพื่อนพี่น้องที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น บางคนก็อาจจะจบไม่ตามกำหนด เพราะบางทีอาจารย์ที่ปรึกษาต้องการงานใหญ่ ตีพิมพ์ที่มี impact สูง ซึ่งบางทีระยะเวลามันไม่เอื้อจริงๆ

อีกเรื่องคือเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะเครียด คิด Topic คิดงานวิจัยไม่ออกว่า จะทำอะไร reviewเปเปอร์มาก็เยอะแยะ ทำไมยังคิดอะไรไม่ออก ปุ้ยเคยเป็นนะคะ วิธีที่มันช่วยได้อย่างนึงคือ การลงพื้นที่จริงๆ เลย ไปคุยเลย คุยกับคนเยอะๆ คุยให้เห็นว่าจริงๆ แล้วนอกจากในเปเปอร์ในงานวิจัยที่เค้าเขียนๆ กันว่า มันมีปัญหาอะไร ในชีวิตจริง สถานที่จริง สถานการณ์จริง เค้าเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง เราจะได้เกิดไอเดียขึ้น

แต่ว่า ถ้าระหว่างทำงานวิจัยแล้ว เกิดคิดอะไรไม่ออกไม่รู้จะทำอะไรต่อไปยังไง อีกวิธีนึงคือ อย่าไปบีบคั้นตัวเองค่ะ ทำใจสบายๆ ไปนั่งเล่น ชมบรรยากาศ ไปเที่ยวเล่น ออกกำลังกาย เดินวิ่งสวนสาธารณะ นั่งมองฟ้ามองดาว หาอะไรกินอร่อยๆ แต่อย่าลืมหาสมุดเล่มเล็กๆ พกติดตัวสักเล่ม เพราะไอเดียรึความคิดอะไรต่างๆ มันมักจะมาในเวลาที่เราผ่อนคลาย สมองปลอดโปร่ง ไม่ต้องพกสมุดจดโน้ตก็ได้ ใส่ไอโฟนเนี่ยแหละ จดโน้ต อัดเสียงเราเก็บไว้ก็ได้ค่ะ

drpui1

เมื่อเรียนจบมาแล้ว มีข้อคิดอะไรที่อยากฝากสำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่บ้างคะ

ปุ้ยว่า ที่สำคัญมากๆ คือการเข้าหาอาจารย์ การพูดคุยกับอาจารย์ การรายงานความก้าวหน้า ที่เจอบ่อยๆ คือ เด็กไทยหลายๆ คนเป็นบ่อย หายไป ไม่เข้าหาอาจารย์ พยายามหลบหน้า อันนี้พูดถึงกรณีปริญญาโทด้วย คืองานเสร็จไม่เสร็จ ถึงไหนไม่รู้ แต่ไม่เอางานเข้ามาคุยกับอาจารย์ คือพอเมื่อไม่เข้ามาคุย บางคนกลับไปทำแบบผิดๆ ถูกๆ พอวันนึงมารายงาน ก็ต้องกลับไปแก้ ไปเริ่มต้นใหม่ นับหนึ่งใหม่ คือบางคนกลัวที่อาจารย์จะจี้ จะดุ ตอนปุ้ยจะตีพิมพ์เปเปอร์ คุยกับอาจารย์ทุกวันเลยค่ะ ปรับแก้กันจนวินาทีสุดท้าย

อีกอย่างที่อยากฝากคือ อย่ากลัวความยากลำบากค่ะ อย่ากลัวว่ามันจะเหนื่อย มันจะอดหลับอดนอน ร่างกายหักโหม เพราะเมื่อไหร่ที่คุณตัดสินใจเรียนปริญญาเอก มันคือสิ่งที่คุณต้องเจอ ไม่มีทางหลีกเลี่ยง อันนี้เหมือนขู่กันเลยนะคะ ฮ่า..ฮ่า

อาจารย์ท่านนึงพูดไว้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณยังกินอิ่มนอนหลับ ยังใช้ชีวิตปกติสุขดี เที่ยวเล่นสบายใจ แปลว่า คุณยังไม่ใกล้เส้นชัย คิดว่าหลายคน น่าจะผ่านจุดๆ นี้มาเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้น อย่ากลัวมันค่ะ

ได้เรียนรู้อะไรจากการเรียนปริญญาเอก

การเรียนปริญญาเอกสอนให้เรามีความลึกซึ้ง ลึกซึ้งในงานของเราที่จะทำ มีคนสอนปุ้ยว่า การเรียนเอกคือ เราไม่ต้องรู้กว้าง รู้ทุกเรื่อง แต่เราต้องลงลึก ต้องลึกซึ้ง มี passion ถูกมันดึงดูดลงไป เพื่อสร้างความรู้ใหม่ สร้างแก่น สร้างองค์ความรู้ในแบบเรา ไม่ต้องเข้าใจยาก แต่สามารถเกิดประโยชน์ในวงกว้างเมื่อมีการเผยแพร่งานของเราออกไป

drpui2

สุดท้าย ทุกวันนี้ได้นำเอาสิ่งที่ได้จากปริญญาเอกมาใช้อย่างไรในปัจจุบัน

งานวิจัยเรื่องที่เรียนจบมา เป็นแนวการวางแผนและการสนับสนุนนโยบายเพื่อที่จะใช้สำหรับการเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย อันนี้ก็ได้ใช้จริงๆ อยู่ในตอนนี้คือ ขณะนี้ทำงานเป็นนักวิจัยที่ ศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ที่ทำงานจะเน้นในเรื่องของพลังงานเพื่อชุมชน สอนชุมชนชาวบ้าน และผู้ที่สนใจ เพื่อสร้างเครือข่ายในการใช้พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานค่ะ

ส่วนใหญ่เมื่อคิดถึงพลังงานทดแทน คนจะคิดถึง เทคโนโลยีล้ำสมัย คิดถึงอะไรใหม่ๆ ที่ต่างประเทศเขามีกัน แต่ว่าแบบนั้น ชาวบ้านและชุมชนจับต้องไม่ได้ ที่จับต้องได้คือนักธุรกิจเงินหนาๆ แต่จากการทำงานที่นี่ กลับกลายเป็นว่า เราได้มีโอกาสเข้าถึงชาวบ้าน ชุมชนหรือเทศบาลต่างๆ ได้ให้เขาเข้ามาร่วมกับเรา พัฒนาไปด้วยกัน สร้างอนาคตของชาติในเรื่องของพลังงาน โดยเริ่มจากความร่วมมือของคนในชุมชนและสังคมไปด้วยกัน ซึ่งคิดว่ามันดีมากๆ เลยค่ะ

——————–

เพจก็แค่ปริญญาเอกต้องขอขอบคุณ ดร.ปุ้ย ที่มาแบ่งปันประสบการณ์อันมีค่ากับเราที่นี่
ด้วยใจที่มุ่งมั่น และไม่ท้อถอยในวันนั้น ทำให้วันนี้ เรามี ดร.สาวคนเก่ง ที่นำความรู้และทักษะทั้งหมดที่ได้ร่ำเรียนมามาใช้ในการช่วยพัฒนาประเทศอย่างเข้มแข็ง

แขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใคร ติดตามได้ที่นี่ เร็วๆนี้ค่ะ  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s