วิทยานิพนธ์


งานวิทยานิพนธ์ที่ดี คือ การเชื่อมโยงกันของแต่ละบท แต่ละส่วน อย่างมีระบบ มีหลักการ และมีพลัง
#บทนำ ประกอบไปด้วย การกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และวางขอบเขตงานที่ชัดเจน การตระหนักรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มีความหมาย ความสำคัญ และเป็นประโยชน์ ทั้งต่อแวดวงวิชาการและสังคมโดยส่วนรวม โดยมี ระเบียบวิธีวิจัย อันเปรียบเสมือน ขั้นตอน เครื่องมือ และวิธีการที่ถูกต้อง ที่กำกับเรา ให้ถึงและบรรลุซึ่งเป้าหมาย
#การทบทวนวรรณกรรม เปรียบเสมือน การรู้จัก เรียนรู้ และทำความเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง ตั้งอยู่บนฐานของความเคารพ ไม่ละเมิดสิทธิ ไม่นำความคิดของผู้อื่นมาเป็นของตน เข้าใจเขาในบริบทของเขา และก็สามารถคงไว้ซึ่งความคิดของเราในบริบทของเราเองด้วย
#ผลการวิจัย คือ การระบุสิ่งที่ค้นพบ สิ่งที่เป็นเราโดยแท้ การประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจน ละเอียด ถี่ถ้วน และบรรลุซึ่งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องดีแล้ว
#สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ คือ การสรุปจุดยืนของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง แล้วค่อยๆ ประสานจุดยืนนั้น ให้สอดคล้องกับบริบทของโลก สังคม และชุมชนวิชาการ ไม่โมเม ทึกทักว่างานของเราเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดบนโลกใบนี้ ในขณะเดียวกัน การสอดประสาน เชื่อมโยงงานของเรากับงานของคนอื่นนั้น ต้องไม่ทำให้ความเป็นตัวเองเลือนหายไป งานที่เล็กๆของเราต้องสามารถเปล่งประกาย อยู่ท่ามกลางงานวิชาการอื่นๆที่หลากหลาย สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ และมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจให้กับส่วนรวมได้
จะว่าไปแล้ว ในงานวิทยานิพนธ์หนึ่งๆ ทุกบท ทุกตอน ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ไม่ก้าวก่าย ไม่ทับซ้อน เป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน มุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ อย่างชัดเจนและมีพลัง
ระหว่างบรรทัด ระหว่างบทของการทำวิทยานิพนธ์ นั้น จำเป็นต้องมีทักษะต่างๆ ที่ต้องฝึกฝน อันได้แก่ สติ สมาธิ ความละเอียด ปราณีต สร้างสรรค์ อดทน อึด ทุ่มเท มุ่งมั่น มานะ บากบั่น ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ และ อื่นๆอีกมากมาย
หากพิจารณาอย่างดีแล้ว ทั้งหมดของการทำวิทยานิพนธ์ มีหลายบทเรียนที่ซ่อนอยู่
แน่นอนเลยว่า การเรียนปริญญาเอกเป็นหนึ่งแบบฝึกหัดสำคัญในชีวิต
การเรียนปริญญาเอก คือ โอกาส ในการฝึกฝน ขัดเกลา เคี่ยวกรำ พัฒนาตัวเอง เพื่อสร้างประโยชน์ไว้บนโลกใบนี้
งานวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพ ย่อมหมายถึง ตัวตนของผู้ทำที่ได้ผ่านการ ฝึกฝน ขัดเกลา เคี่ยวกรำ และพัฒนาในระดับหนึ่ง เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ปริญญาเอกเป็นแค่หนึ่งแบบฝึกหัด เป็นแค่มินิเวอร์ชั่น ของภาพรวมชีวิตทั้งหมด
ถ้ามีโอกาสเรียน สอบให้ผ่าน
ถ้าไม่มีโอกาสเรียน ก็สามารถไปทำแบบฝึกหัดอื่นๆของชีวิต ได้เสมอ
ความหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ คือ การได้ฝึกฝน ขัดเกลา เคี่ยวกรำ พัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองที่ดีที่สุด และสร้างประโยชน์ไว้บนโลกใบนี้

.

.

ท่ามกลางสังคมที่ดูจะสับสนวุ่นวาย ไร้ระบบ ไร้หลักการ ไร้พลัง
กลับไปอยู่กับวิทยานิพนธ์ของตัวเอง สร้างระบบ สร้างหลักการ สร้างพลัง ด้วยสองมือของตัวเอง
และความสุขที่แท้จริงก็อยู่ตรงนั้นแหละ แค่หาให้เจอ
ฝึกฝน ขัดเกลา เคี่ยวกรำ พัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองที่ดีที่สุด และสร้างประโยชน์ไว้บนโลกใบนี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
และนี่แหละมั้ง คือ ความหมายของการ เป็น อยู่ คือ ของเรา สำหรับวันนี้ และ ทุกๆวันจากนี้ไป
#justaphd

Credit photo: http://www.christifultz.com/2015/02/why-i-love-jamberry-nails.html/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s